
เอกชนคึกชิงเค้กรถไฟเร็วสูง
เอกชนสนใจเข้าร่วมทำโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-โคราช หลังรัฐบาลพร้อมลงทุนเอง
เอกชนสนใจเข้าร่วมทำโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-โคราช หลังรัฐบาลพร้อมลงทุนเอง
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมและสนใจจะเข้าร่วมงานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แต่ขอรอข้อมูลและรายละเอียดที่ชัดเจนของโครงการว่าเงื่อนไขจะเป็นอย่างไร อาทิ การก่อสร้างและด้านการเงิน
“หากรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงสายอื่นๆ อีกก็มีความสนใจจะเข้าประมูลเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ในระยะ 2 ปีข้างหน้า และอยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายแรก เส้นฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย มูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งศักยภาพของบริษัทสามารถรับงานได้อีก” นายภาคภูมิ กล่าว
นายนที พานิชชีวะ ประธานกรรมการ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กล่าวว่า บริษัทสนใจเข้าประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หลังรัฐบาลมีความชัดเจนว่าต้องการที่จะลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งรูปแบบการลงทุนน่าจะเป็นการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (พีพีพี)
อย่างไรก็ตาม ต้องดูรายละเอียดโครงการจากรัฐบาลว่าเป็นอย่างไร โดยบริษัทสนใจทั้งการก่อสร้างโครงสร้างระบบรางและการบริหารจัดการเดินรถด้วย เพราะบริษัทมีประสบการณ์และมีศักยภาพพร้อมที่จะรับงานได้
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลตัดสินใจลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ มีเสียงตอบรับจากทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน นักพัฒนาที่ดิน และประชาชนในพื้นที่ชื่นชมว่าเป็นการตัดสินใจที่คำนึงผลที่จะเกิดกับประเทศไทยอย่างรอบคอบ
พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า โครงการนี้ยังคงเป็นความร่วมมือระหว่างไทยและจีน โดยจะว่าจ้างบริษัทก่อสร้างที่รัฐบาลจีนเป็นผู้รับรอง ไม่ใช่ว่าจ้างระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทโดยตรง รวมทั้งจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจัดอบรมให้แก่วิศวกรและเจ้าหน้าที่ของไทยให้สามารถดูแลความพร้อมทั้งระบบ
สำหรับขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ได้ยึดมั่นผลประโยชน์ของประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตเป็นหลัก เพื่อให้ประโยชน์อันเกี่ยวเนื่องกับโครงการหมุนเวียนและตกอยู่ภายในประเทศทั้งหมด อาทิ การพัฒนาที่ดินสองข้างทางเพื่อจัดที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย การสร้างเมืองใหม่ การสร้างงานรองรับลูกหลานที่จะจบการศึกษาในอนาคต การเพิ่มอาชีพทางเลือกให้เกษตรกร และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







