
ลุ้นอนาคต‘นิวคอสตอล’
นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรณีกลุ่มประชาชนใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต่อต้านโครงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในทะเลขณะนี้ บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทยมีระยะทางห่างจากเกาะสมุย 42 กิโลเมตร มีเวลาอีก 5 เดือนที่จะต้องเริ่มขุดเจาะในหลุมแรกตามสัญญาสัมปทานที่กำหนดไว้จะสิ้นสุดในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ ถ้าไม่เริ่มขุดเจาะ มีโอกาสถูกเพิกถอนสัมปทาน รวมทั้งมีค่าปรับด้วย
สัญญาระบุไว้ว่า ผู้ที่ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมจะต้องเริ่มขุดเจาะสำรวจหลุมแรกภายใน 3 ปี แต่หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จะต้องคืนสัมปทานให้กับภาครัฐ
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งครั้งแรกได้ทำประชาพิจารณ์ไปแล้วเมื่อเดือน เม.ย. 2553 ไม่มีปัญหาจากชุมชน ส่วนครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เริ่มมีการทักท้วง
อย่างไรก็ตาม จะเชิญผู้บริหารบริษัท นิวคอสตอล มาหารือเพื่อขอให้เพิ่มความรอบคอบจัดทำอีไอเอ ซึ่งรัฐพยายามทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นในการขุดเจาะสำรวจแหล่งปิโตรเลียมที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศในอนาคต และยืนยันถึงความปลอดภัยว่าจะไม่เกิดปัญหาเหมือนแหล่งน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกที่เกิดการรั่วไหลแน่นอน เพราะสภาพธรณีวิทยามีความแตกต่างกัน
“
ปัจจุบันการขุดเจาะน้ำมันในบริเวณรอบเกาะสมุยเหลือ บริษัท นิวคอสตอล แห่งเดียว ก่อนหน้านี้บริษัท เชฟรอน และบริษัท เพิร์ลออยล์ ได้ขุดเจาะไปแล้ว แต่ไม่พบมีแหล่งปิโตรเลียมโดยบริษัทนิวคอสตอลได้รับสัมปทานมาตั้งแต่รัฐบาลสุรยุทธ์และจะครบกำหนด3 ปีที่จะต้องเริ่มขุดหลุมแรกในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งหากยังไม่สามารถดำเนินการขุดได้ก็ต้องคืนสัมปทานให้กับภาครัฐส่วนเรื่องค่าปรับต้องไปดูในสัญญาสัมปทานว่าบริษัทฯคาดการณ์จะจ่ายผลประโยชน์ให้กับภาครัฐในสัดส่วนเท่าไหร่ ยังไม่อยากระบุตัวเลขที่ชัดเจน เพราะอย่างน้อยก็ยังเมีเวลาอีก 5 เดือน” นายคุรุจิต กล่าว






