
‘ตัน’ฟันธง‘โออิชิ’ไม่ควบรวม‘เบอร์ลี่’
โพสต์ทูเดย์
— “ตัน” ฟันธง เสี่ยเจริญไม่นำโออิชิฯ รวมกับบริษัทในเครือ ชี้ขนาดใหญ่เกินทำให้อุ้ยอ้ายนายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการที่ตนลาออกจากโออิชิแล้ว คาดว่านายเจริญ สิริวัฒนภักดี ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของโออิชิ คงไม่นำโออิชิไปควบรวมกับบริษัทในเครือของนายเจริญ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) หรือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เพราะการรวมกันอาจจะทำให้มีขนาดใหญ่ และขาดความคล่องตัวในการบริหารงานได้
นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจของทั้งสองบริษัทมีความแตกต่างกัน แม้จะอยู่ในกลุ่มอุปโภคบริโภคเหมือนกันก็ตาม โดย BJC ทำธุรกิจขนมขบเคี้ยวรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ขณะที่โออิชิทำธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารเพียงอย่างเดียว
“
วัฒนธรรมองค์กร นับเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่จะต้องคำนึง เชื่อว่าคุณเจริญคงไม่คิดจะนำโออิชิไปรวมกับบริษัทในเครือ นอกจากนี้กลุ่มบริษัทของคุณเจริญเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การทำงานเป็นขั้นเป็นตอน ต่างจากโออิชิซึ่งเติบโตมาจากธุรกิจครอบครัว บางครั้งใช้วิธีการโทรศัพท์สั่งงาน คาดว่าคงไม่น่าจะรวมกันได้”นายตัน กล่าวอีกว่า บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ของปีนี้ และคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งที่ผ่านมามีการจ่ายสูงถึง 90% ของกำไรสุทธิ สูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลในสัดส่วน 40% ของกำไรสุทธิ ครั้งนี้จึงมีความเป็นไปได้จะจ่ายปันผลในอัตราดังกล่าว เพราะบริษัทมีกำไรสะสมสูง และไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนหรือเก็บเงินไว้ในระดับสูงอีก
ด้านนายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสรรหาและพัฒนาบริษัทจดทะเบียน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเห็นควรให้ผลักดันแผนกลยุทธ์ในการเพิ่มจำนวนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มบริษัท จากกลุ่มประกัน กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ พร้อมทั้งกลุ่มพลังงานและพลังงานทดแทนให้มากขึ้น
“
ธุรกิจใน 4 กลุ่มมีศักยภาพในการเติบโต และมีความต้องการใช้เงินทุนเพื่อขยายการเติบโตอีกมากในอนาคต การเป็นบริษัทจดทะเบียนจะทำให้สามารถระดมทุนได้ต้นทุนที่ต่ำและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทด้วย” นายสมพล กล่าว






