
สายการบินไทย ไทเกอร์ บทพิสูจน์ฝีมือการบินไทย
สร้างความกังขาให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบินและคนไทยอย่างยิ่ง กับการร่วมมือระหว่างบริษัท การบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทย และบริษัท ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) จากประเทศสิงคโปร์ เพื่อตั้งสายการบินต้นทุนต่ำที่ชื่อสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์ไลน์ ว่าการร่วมทุนดังกล่าวนั้นจะทำให้ประเทศไทยได้หรือเสียประโยชน์มากกว่ากัน
ทั้งนี้ เนื่องจากสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส นั้น มีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้น ดังนั้นการที่การบินไทยเลือกที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักของประเทศไทย ให้เข้ามาดำเนินธุรกิจการบิน เข้ามาใช้น่านฟ้าของประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่
และเหตุใดการบินไทยถึงไม่ปลุกปั้นสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินลูกของการบินไทยให้มีความแข็งแกร่งและมาแข่งขันกับสายการบินไทยแอร์เอเชียแทน
พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เล่าว่า นกแอร์ต้องการมุ่งให้บริการตลาดในประเทศให้มีความพร้อมและเกิดความแข็งแกร่ง ก่อนจะวางแผนการบินไปยังเส้นทางระหว่างประเทศ ขณะที่การบินไทยต้องการขยายฐานลูกค้าระดับล่าง การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์การหาพันธมิตร และเป็นไปตามธรรมชาติการทำธุรกิจ
ขณะที่มุมมองของผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมการบินกังวลว่าความร่วมมือระหว่างการบินไทยและไทเกอร์ แอร์เวย์ส ในครั้งนี้ ประเทศไทยจะเสียผลประโยชน์ให้กับสิงคโปร์ ถึงแม้ว่าการบินไทยจะยืนยันว่าคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ไทย ไทเกอร์ นั้น จะมีผู้บริหารของการบินไทยเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดในสัดส่วน 3 ต่อ 2 ก็ตามที แต่เชื่อว่า เมื่อถึงเวลาการบริหารจัดการจริง ทางสิงคโปร์จะเป็นผู้ดำเนินการและตัดสินในด้านการบริหารจัดการได้มากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ประเทศสิงคโปร์เข้ามามีบทบาทการบริหารจัดการในกลุ่มธุรกิจการบิน ซ้ำรอยธุรกิจอื่นๆ ที่ชาวสิงคโปร์เข้ามาบริหารจัดการ ในภาพนอมินีจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม บางกระแสได้ตั้งข้อสังเกตว่า การบันทึกข้อตกลงร่วมกันในครั้งนี้ เป็นการวัดกระแสสังคมการตอบรับของสังคมเท่านั้น ว่าจะเป็นไปในลักษณะใด เพราะที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวไม่ได้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย ตามขั้นตอน ซึ่งเป็นการประชุมกันในวาระลับเท่านั้น และกว่าสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส จะแจ้งเกิดในวงการได้จริงหรือไม่ ต้องติดตามความเคลื่อนไหวใน 12 วันนี้
ขณะที่ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย ย้ำว่า ถึงเวลาที่การบินไทยต้องเร่งทำตลาดเพื่ออุดช่องโหว่ทางการตลาดที่ถูกคู่แข่งแย่งชิงไป และมองว่าสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ กับการบินไทยไม่ได้เป็นคู่แข่งขันกันโดยตรง แต่เป็นสายการบินนอกภูมิภาค ที่การบินไทยควรเข้าไปแข่งขัน
“
การบินไทยลงทุนตั้งสายการบินใหม่ร่วมกับไทเกอร์ แอร์เวย์ส ในสัดส่วนการถือหุ้น 50% ในครั้งนี้ใช้งบประมาณน้อยกว่าเข้าซื้อหุ้นในนกแอร์เพิ่มอีก 10% และนกแอร์ไม่มีความพร้อมด้านฝูงบินและบุคลากรที่จะออกมาแข่งขันเส้นทางการบินในระดับภูมิภาค และมองว่าเสือเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเกรงขาม ดีกว่าเป็นนกปีกหัก และการบินไทยไม่ได้โง่บัดซบ ที่จะไปบินทับเส้นทางของนกแอร์”อย่างไรก็ตาม ในปีแรกไทเกอร์ แอร์เวยส์ จะมีจำนวนพนักงาน 19 คน และเพิ่มเป็น 26 คน ในปีที่ 2 ส่วนในปีที่ 3 จำนวนพนักงานจะเพิ่มขึ้นเป็น32 คน และจะใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายบัตรโดยสารเพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุด โดยในปีแรกจะใช้เครื่องบิน 3 ลำ ให้บริการใน 8 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯภูเก็ต กรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯกัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯปีนัง กรุงเทพฯมาเก๊า กรุงเทพฯเสิ่นเจิ้น ภูเก็ตเชียงใหม่ และกรุงเทพฯมัทราส โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 1.42 ล้านคน อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร 80% คาดจะมีรายได้ 2,348 ล้านบาท มีรายจ่าย 2,766ล้านบาท







