
คนไทย76%เชื่อศก.ถดถอย
เดอะ นีลเส็น คอมปะนี เผยผลสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อของและการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยพบว่า ความไม่สงบทางการเมืองในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยไตรมาส 2 ลดลง โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น การหาสิ่งบันเทิงนอกบ้าน
ในทางกลับกัน การใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น เช่น สินค้าอุปโภค บริโภค ยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยข้อมูลของนีลเส็น ระบุว่า ยอดขายของสินค้าอุปโภค บริโภค ยังคงเติบโตได้ดีในเชิงปริมาณที่ 3.7% ในครึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้บริโภคชาวไทย 76% คิดว่าเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในสภาวะถดถอย โดยเพิ่มขึ้นจากระดับที่ 71 จากการสำรวจในไตรมาสแรกของปี และในกลุ่มคนที่คิดว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยจำนวน 25% เชื่อมั่นว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะสิ้นสุดภายในหนึ่งปี ขณะที่อีก 40% เชื่อว่าภาวะนี้จะยืดยาวเกินหนึ่งปี
ด้านความคาดหวังในด้านการงาน พบว่าผู้บริโภคชาวไทย 62% คิดว่าโอกาสด้านการงานยังไม่ค่อยดีนัก ในอีก 12 เดือนข้างหน้านี้ เพิ่มขึ้นจาก 56%ในไตรมาสที่ 1 ของปี ขณะที่สัดส่วนของผู้บริโภคที่มีความมั่นใจกับสถานะทางการเงินของตนว่าดีและดีมากก็ลดลงจาก 53% จากไตรมาส 1 มาที่ 50% ในไตรมาส 2 นอกจากนี้ยังพบว่าชาวไทยออมเงินมากลำดับที่สองของโลก รองจากฮ่องกง
ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่สองของโลก ที่พบคนออมเงินมากที่สุดรองจากฮ่องกง โดยมีผู้บริโภคชาวไทยมากถึง เจ็ดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ ที่ต้องการออมเงิน หลังจากการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว
ทางเลือกอื่นๆที่นิยมเป็นลำดับต่อมา คือ การท่องเที่ยว (48 %) การซื้อสินค้าเทคโนโลยี่ใหม่ๆ (28 %) การตกแต่งบ้าน และการชำระหนี้ บัตรเครดิต หรือการกู้ยืม (25% เท่ากัน) เป็นลำดับ
นีลเส็นยังเผยผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อของและการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคชาวไทย โดยผลการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยมากถึง แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าพวกเขาเปลี่ยพฤติกรรมการใช้จ่ายของเขาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยพยายามลดรายจ่ายดังต่อไปนี้ ตัดการซื้อเสื้อผ้าใหม่ (56%) ประหยัดค่าไฟ (56%)ลดสิ่งบันเทิงนอกบ้าน (54%)ประหยัดค่าโทรศัพท์ (41%)







