
เบิกจ่ายกระฉูด1.3ล้านล้าน
รัฐฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2559 แค่ 5 เดือน กระหน่ำเบิกจ่าย 1.31 ล้านล้านบาท
รัฐฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2559 แค่ 5 เดือน กระหน่ำเบิกจ่าย 1.31 ล้านล้านบาท
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ต.ค. 2558-ก.พ. 2559) รัฐบาลมีรายได้ 8.82 แสนล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจํานวน 1.31 ล้านล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 3.13 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนก.พ. 2559 มีจํานวน 2.66 แสนล้านบาท
นายกฤษฎา กล่าวว่า การขาดดุลงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ แสดงถึงความพยายามของภาครัฐในการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงต้นปีงบประมาณ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ภายใต้การผลักดันระบบชำระเงินทางอีเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เพย์เมนต์ และการจัดทำบัญชีเดียวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของกระทรวงการคลัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นผลดีต่อฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว
สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลใน 5 เดือน รัฐบาลเก็บรายได้อยู่ที่ 8.98 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 4.38 หมื่นล้านบาท หรือ 5.1% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.8% โดยการนำส่งรายได้ของหน่วยงานอื่นสูงกว่าประมาณการ 5.42 หมื่นล้านบาท หรือ 70.3% และการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่าประมาณการ 6‚140 ล้านบาท หรือ 5.1% และการจัดเก็บภาษีเบียร์สูงกว่าประมาณการ 4‚410 ล้านบาท หรือ 12.6%
ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการนำส่งรายได้ของหน่วยงานอื่นที่สูงกว่าประมาณการ การบริโภคภายในประเทศที่ยังคงขยายตัวได้ และผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เพย์เมนต์ และการจัดทำบัญชีเดียวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าหากสามารถทำได้สำเร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานจัดเก็บ และช่วยส่งเสริมให้กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้รัฐบาลได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 อยู่ที่ 5.97 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2.78 หมื่นล้านบาท หรือ 4.4% โดยภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.86 หมื่นล้านบาท หรือ 5.9% โดยภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าต่ำกว่าเป้าหมาย 1.61 หมื่นล้านบาท หรือ 12.7% จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคต่ำกว่าประมาณการ 2‚570 ล้านบาท หรือ 1.4% ภาษีเงินได้นิติบุคคลจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมาย 1.22 หมื่นล้านบาท หรือ 8.1% ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเก็บสูงกว่าประมาณการ 6‚140 ล้านบาท หรือ 5.1%
ขณะที่กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้รวม 2.11 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5‚360 ล้านบาท หรือ 2.6% จากการจัดเก็บภาษีเบียร์สูงกว่าประมาณการ 4‚410 ล้านบาท หรือ 12.6% ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ สูงกว่าประมาณการ 2‚430 ล้านบาท หรือ 6.2% ขณะที่ภาษีสุราจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมาย 819 ล้านบาท หรือ 2.9% ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวม 4.83 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 1‚540 ล้านบาท หรือ 3.1% จากผลกระทบการปรับโครงสร้างภาษีศุลกากรและมูลค่าการนำเข้ายังหดตัว โดยการนำเข้าในรูปเหรียญสหรัฐ ช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 หดตัว 12.6% และรูปเงินบาทหดตัว 3.9%
รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้รวม 4.32 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1‚240 ล้านบาท หรือ 3% โดยรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ ได้แก่ กองทุนรวมวายุภักษ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานสลากกินแงรัฐบาล การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย ส่วนหน่วยงานอื่นจัดเก็บรายได้รวม 1.31 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5.42 หมื่นล้านบาท จากการนำส่งรายได้การประมูลใบอนุญาต 4จี







