posttoday
'อัคริณฯ' รุกต่างประเทศ รับบริหารโรงแรม สปป.ลาว

'อัคริณฯ' รุกต่างประเทศ รับบริหารโรงแรม สปป.ลาว

24 มีนาคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

หากพูดถึงเครือโรงแรมไทยที่ไปเติบโตในต่างประเทศ หลายคนจะนึกถึงแต่เครือใหญ่ๆ ที่ชื่อคุ้นหู แต่แท้จริงแล้วขณะนี้เริ่มมีเครือโรงแรมไทยขนาดกลางและเล็กหลายแห่งทยอยไปเติบโตในต่างประเทศแล้ว

อัญชลิกา กิจคณากร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ อัคริณ โฮเท็ล กรุ๊ป เปิดเผยว่า ได้ออกไปรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศเป็นครั้งแรก เริ่มต้นที่ สปป.ลาวเป็นประเทศแรก โดยโครงการที่รับบริหารเป็นโครงการที่รัฐบาลลาวลงทุน ตั้งอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ซึ่งบริษัทได้เข้าไปช่วยในขั้นตอนให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคช่วงก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จก็บริหารให้ภายใต้ชื่อ เดอะ เพรสซิเด้นท์ บาย อัคริณ จะเปิดบริการวันที่ 6 มิ.ย. 2559

“ผู้ลงทุนเดอะ เพรสซิเด้นท์ บาย อัคริณ เข้ามาติดต่ออัคริณ โฮเท็ล กรุ๊ป ให้ช่วยบริหารโรงแรมเมื่อ 1 ปีที่แล้ว หลังจากก่อสร้างโรงแรมไประยะหนึ่ง สาเหตุที่เลือกอัคริณ โฮเท็ล กรุ๊ป เพราะต้องการให้โรงแรมนี้ไม่เหมือนใครและหรูหรา (ยูนีค ลักซ์ชัวรี่) จึงมองหาเครือโรงแรมที่มีแบรนด์โรงแรมในลักษณะนี้เพื่อนำเสนอสิ่งที่แตกต่างไปจากโรงแรมทั่วไป รวมถึงเป็นแบรนด์ที่นำเสนอบริการรองรับผู้เข้าพักระดับผู้นำประเทศได้ ซึ่งอัคริณ โฮเท็ล กรุ๊ป มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มตลาดระดับบนมากๆ (ซูเปอร์ไฮเอนด์) จึงตอบโจทย์”

เดอะ เพรสซิเด้นท์ บาย อัคริณ มีห้องพัก 32 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักหรู 30 ห้อง ห้องสูทแกรนด์เพรสซิเด้นท์ 2 ห้อง ที่จะมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวดูแลตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้าพักไปจนตลอด 24 ชม. โรงแรมนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเวียงจันทน์ ใกล้ทำเนียบรัฐบาลและหอพระแก้ว ภายในโรงแรมเป็นสถาปัตยกรรมลาวผสมผสานสไตล์โคโลเนียล ซึ่งเดิมทีที่นี่เคยเป็นอาคารที่สร้างโดยรัฐบาลจีนเพื่อเป็นของขวัญแก่ชาวลาว แล้วนำมาปรับปรุงใหม่ภายหลัง แต่คงความดั้งเดิมไว้สะท้อนถึงมรดกลาวและอนาคตของ สปป.ลาว

อัญชลิกา กล่าวว่า โรงแรมแห่งนี้จะได้ต้อนรับคณะผู้นำประเทศที่มาร่วมประชุมอาเซียน ซัมมิต ที่ สปป.ลาว เดือน พ.ย.นี้ด้วย ปัจจุบันกำลังพูดคุยกับผู้ประสานงานแต่ละประเทศว่าประเทศใดบ้างที่จะส่งผู้นำมาพักที่นี่ คาดว่าเมื่อโรงแรมนี้เปิดครบ 1 ปี น่าจะทำอัตราเข้าพักได้ไม่ต่ำกว่า 70% ถือเป็นการประเมินแบบระมัดระวัง แต่หากมองศักยภาพแท้จริง เชื่อว่าทำอัตราเข้าพักได้ 70-80%

ทั้งนี้ เพราะโรงแรมมีจุดเด่น ใกล้จุดหมายสำคัญของเมือง แม้จำนวนห้องพักน้อย แต่มีบริการร้านอาหารหลากสไตล์ ทั้งเมนูพื้นเมือง และอาหารนานาชาติให้เลือก 7 ประเภท มีร้านชาพร้อมขนม และห้องจัดเลี้ยง รองรับคนได้ 1,000 คน จึงเหมาะเป็นจุดหมายที่รัฐบาล บริษัท หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร ใช้เป็นที่สังสรรค์ เจรจาธุรกิจ

อัญชลิกา กล่าวต่อไปว่า ลาวเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก เหมาะสำหรับรองรับคนไทยที่มองหา สถานที่เที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะลาวโดดเด่นเรื่องผู้คนที่ยังน่ารักมีความเป็นมิตรไม่แตกต่างจากคนไทย หากคนไทยได้ไปแล้วจะรู้สึกถึงความอบอุ่นเหมือนย้อนยุคสู่วิถีชีวิตคนไทยในอดีต เนื่องจากการพัฒนาเมืองของลาวเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่พัฒนาไปมากและเร็วเหมือนไทย ความเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม จึงยังมองหาได้ง่ายในลาว อีกทั้งภาษาไทยและลาวใกล้เคียงกัน สามารถพูดคุยกันรู้เรื่อง และเงินไทยก็นำไปใช้ได้

ด้วยเหตุนี้ หากในอนาคตมีโอกาสก็อยากมีโรงแรมภายใต้แบรนด์ อัคริณ โฮเท็ล กรุ๊ป อีกในลาว มองจุดหมายต่อไปที่หลวงพระบาง ขณะที่เมืองรองอื่นๆ หากมีโครงสร้างพื้นฐานสะดวกขึ้นทำให้การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในเมืองนั้นง่ายขึ้น เช่น มีสนามบิน ก็พร้อมเข้าไปมองหาโอกาสเช่นกัน

แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการแรกที่บริษัทรับบริหาร แต่ก่อนหน้านี้บริษัทก็เคยรับเป็นที่ปรึกษาเชิงเทคนิคให้กับโรงแรมแล้ว 2 แห่ง แห่งหนึ่งอยู่ในต่างประเทศ จึงรับให้คำปรึกษาอย่างเดียวไม่รับบริหาร เนื่องจากมองว่าองค์กรยังไม่ใหญ่พอจะไปรับบริหารโรงแรมซึ่งอยู่ในทำเลไกลๆ ได้ ส่วนโรงแรมอีกแห่งอยู่ในประเทศแต่มีขั้นตอนการก่อสร้างล่าช้า จึงไม่รับบริหาร

สำหรับทิศทางธุรกิจหลังจากนี้ จะเติบโตค่อยเป็นค่อยไป แต่ละปีอาจมีโรงแรมเพิ่ม 1 แห่งหรือมากกว่าเล็กน้อย รูปแบบการขยายธุรกิจมีทั้งลงทุนเองและรับบริหาร หากไปขยายในต่างประเทศ จะพิจารณาทั้งร่วมทุนกับพันธมิตรในพื้นที่และรับบริหาร โดยถ้ารับบริหาร บริษัทจะให้บริการเป็นที่ปรึกษาเชิงเทคนิคควบคู่ด้วย

จุดหมายในต่างประเทศที่อัคริณ โฮเท็ล กรุ๊ป มีโอกาสเติบโต คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ขึ้นอยู่กับมีอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับแบรนด์ที่บริษัทมีหรือไม่ ปัจจุบันบริษัทมี 2 แบรนด์ คือ อัคริณสะท้อนความเป็นแบรนด์ระดับบน มีภาพลักษณ์ดูผู้ใหญ่ และ อคีรา เป็นแบรนด์ระดับบนที่ออกแบบหวือหวากว่า ตั้งอยู่ในเมือง เน้นกลุ่มเป้าหมายคนอายุ 30-50 ปี ซึ่งมี 2 แบรนด์นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขยายแบรนด์ใหม่

“เมียนมา กัมพูชา มีความต้องการของผู้เข้าพักระดับบนอยู่ มีอสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจะพัฒนาเป็นโรงแรมได้อีก ส่วนในไทยก็ยังมีที่ให้ขยายโรงแรมได้ โดยบริษัทก็กำลังมองหาทำเลที่น่าสนใจในเมืองท่องเที่ยวรองๆ ของไทยเพื่อขยายโรงแรม จากปัจจุบันมีโรงแรม 4 แห่ง ในภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย และหัวหิน ซึ่งอัตราเข้าพักอยู่ในระดับน่าพอใจ 70-80% ทั้งปี และปีนี้ขึ้นราคาได้ 5-10% จากปีก่อน”

อัญชลิกา กล่าวว่า แม้บริษัทจะเป็นเครือโรงแรมเล็กแต่ไม่เป็นอุปสรรคในการแข่งขันกับเครือโรงแรมใหญ่ระดับนานาชาติ เพราะเมื่อโลกเติบโตมากขึ้น ความต้องการเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนจะมีมากขึ้น การเป็นโรงแรมอิสระที่มีบุคลิกเฉพาะ ทำให้คนต้องการมาให้บริษัทบริหารมากกว่าไปอยู่กับเครือโรงแรมใหญ่ และการที่เครือโรงแรมนานาชาติ พยายามสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาสะท้อนความแตกต่าง ก็เป็นอีกเครื่องยืนยันได้ดีถึงความต้องการเอกลักษณ์เฉพาะที่มีในตลาด ซึ่งในความเป็นจริงเครือโรงแรมเล็กก็ตอบโจทย์เรื่องเอกลักษณ์เฉพาะได้ดีกว่า

ไม่เพียงเท่านี้การมีสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) มีบทบาทช่วยโรงแรมเล็กแข่งขันกับโรงแรมใหญ่ได้ดีขึ้น เพราะใช้เป็นช่องทางโฆษณา ประชาสัมพันธ์โรงแรมเล็กให้เป็นที่รู้จักได้มากขึ้น ซึ่งบริษัทใช้เฟซบุ๊กเป็นส่วนใหญ่ และใช้อินสตาแกรมบ้าง ส่วนการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น แต่ก็มาพร้อมจำนวนบุคลากรดีๆ ที่มากขึ้น การออกแบบโรงแรมน่าสนใจขึ้น ขณะที่กลุ่มลูกค้าเริ่มเปลี่ยนจากอดีตคนยุโรปมาก ปัจจุบันยุโรปยังมาอยู่แต่คนเอเชียมามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกโอกาสดีของธุรกิจ

หลังจากนี้ต้องจับตาเครือโรงแรมจิ๋วแต่แจ๋วให้ดี เพราะแม้ขนาดยังเล็กแต่ศักยภาพการเติบโตสูงมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค