
ข้อคิดธุรกิจ แอนดี้ โกรฟ
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
เมื่อ 21 มี.ค. 2559 ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ไปทั่วโลก คือ ดร.แอนดี้ โกรฟ อดีตผู้บริหารของบริษัท อินเทล ได้เสียชีวิตลง เขามีผลงานสำคัญมากมาย โดยเฉพาะสามารถแก้ไขสถานการณ์ของอินเทล ซึ่งประสบปัญหาทางการเงินอย่างมากเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จนก้าวสู่ความยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ มายาวนานจนถึงปัจจุบัน
ดร.โกรฟสำเร็จปริญญาเอกวิศวกรรมศาสตร์ แต่สนใจด้านบริหารธุรกิจอย่างมาก โดยเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พร้อมกับเขียนบทความและแสดงปาฐกถาในด้านนี้มากมาย โดยได้เสนอข้อคิดมากมาย
ประการแรก ยิ่งธุรกิจประสบผลสำเร็จมากเท่าไร จะยิ่งชื่นชมในผลสำเร็จและนิ่งนอนใจมากขึ้นเท่านั้น อันจะนำไปสู่อันตรายพ่ายแพ้ในระยะต่อมา ดังนั้น เฉพาะนักธุรกิจที่เป็นโรคจิตหวาดระแวงในเรื่องต่างๆ ถึงจะอยู่รอดปลอดภัย เนื่องจากความหวาดระแวงจะทำให้ธุรกิจไม่นิ่งนอนใจในการแข่งขัน ขณะที่ผู้บริหารจะต้องพยายามสนใจข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี เพราะพนักงานที่รู้ว่าความพินาศกำลังจะมาถึง จะไม่กล้าบอกผู้บริหาร
ประการที่สอง ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์และกล้าตัดสินใจ โดยที่ผ่านมาการที่บริษัทต่างๆ ล้มหายตายจากไปนั้น เกือบทั้งหมดไม่ใช่เพราะตัดสินใจผิดพลาด แต่เป็นเพราะตัดสินใจช้า มีการวิเคราะห์และวางแผนยาวนาน ทำให้ต้องสูญเสียโมเมนตัมและทรัพยากรต่างๆ ระหว่างรอคอยการตัดสินใจ
ประการที่สาม กลยุทธ์ทางธุรกิจจะต้องไม่เกิด NATO หรือ No Action, Talk Only ต้องจัดทำแผนปฏิบัติการพร้อมกับทดสอบด้วยการตั้ง 5 คำถาม หากตอบว่า “ใช่” แม้แต่เพียงข้อเดียว นับว่าเป็นแผนซึ่งไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินการให้สัมฤทธิผล
คำถามเช่น แผนเป็นเพียงแค่การระบุถึงความตั้งใจหรือไม่? แผนเมื่ออ่านดูแล้วเป็นเพียงแค่คำสละสลวยคล้ายคลึงกับสุนทรพจน์ของนักการเมืองหรือไม่? แผนมีความหมายที่เป็นรูปธรรมเพียงแค่ต่อผู้บริหาร โดยไม่มีความหมายต่อบุคคลอื่นๆ หรือไม่? แผนเกี่ยวข้องกับสิ่งห่างไกลในอนาคตหรือไม่? แผนไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับธุรกิจในปัจจุบันหรือไม่?
ประการที่สี่ แม้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ซื้อมองไม่เห็น ก็ต้องทำการตลาดเพื่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภค เช่น เดิมลูกค้าจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์โดยไม่สนใจว่าใช้ชิปไมโครโพรเซสเซอร์แบบใด ทั้งที่เป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์ ดร.โกรฟจึงออกโฆษณา Intel Inside เพื่อให้ผู้ซื้อเลือกคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ชิปอินเทล และสำเร็จอย่างมาก ปัจจุบันชิปของอินเทลครองตลาดคอมพิวเตอร์มากกว่า 90% นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการตลาด เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีบริษัทใดสนใจทำการตลาดลักษณะนี้มาก่อน







