
นักธุรกิจ3ชาติยักษ์จี้รัฐเร่งแก้มาบตาพุด
กลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมัน เร่งรัฐแก้ปัญหามาบตาพุด ระบุมีนักลงทุนรายใหญ่พร้อมลงทุนเพิ่มเติมในไทย หากปัญหาจบ
กลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมัน เร่งรัฐแก้ปัญหามาบตาพุด ระบุมีนักลงทุนรายใหญ่พร้อมลงทุนเพิ่มเติมในไทย หากปัญหาจบ
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังหารือกับหอการค้าอเมริกาในประเทศไทย ว่า ขณะนี้มีกลุ่มองค์กรนักธุรกิจจากประเทศสหรัฐ ญี่ปุ่น และเยอรมัน ยกคณะเข้ามาเสนอให้รัฐบาลไทยเร่งสร้างความชัดเจนถึงแนวทางการแก้ปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนในไทย และรองรับภาคอุตสาหกรรมไทยที่กำลังขยายตัวอย่าง เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศมีนักลงทุนรายใหญ่ที่อยู่ในไทยและมีแนวโน้มจะขยายการลงทุนเพิ่มอีกจำนวนมาก
ทั้งนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เตรียมพร้อมแนวทางการดำเนินงานไว้หมดแล้ว รอเพียงข้อสรุปของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้นว่าจะประกาศบัญชีรายชื่อกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงออกมาอย่างไร ซึ่งหากประกาศออกมาแล้ว หน่วยงานภาคปฏิบัตก็พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที
สำหรับในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสรุปข้อมูลโรงงานที่อาจจะเข้าข่าย 18 กิจการรุนแรง โดยล่าสุดพบว่ามีโรงงานที่ต้องทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และได้รับอนุญาตหลังประกาศรัฐธรรมนูญปี 2550 มีจำนวน 216 ราย และคาดว่าจะเข้าข่ายกิจการรุนแรง ที่จำเป็นต้องมีการทำรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ (เฮชไอเอ) ต่อไป ไม่ถึง 20 แห่ง
“กระทรวงอุตสาหกรรมคงไม่มีการออกประกาศกฎกระทรวงเกี่ยวกับกิจการรุนแรงก่อน เพียงแต่จะเตรียมพร้อมด้านข้อมูล เพราะเมื่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมออกประกาศฯ กระทรวงก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากมีการออกประกาศก่อนก็จะเกิดปัญหาเหมือนกรณีของการออกประกาศกิจการรุนเดิม 8 ประเภท ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาตามมาภายหลังอีกรอบ ส่วนโรงงานที่เข้าข่ายต้องทำเฮชไอเอนั้นคาดว่ามีไม่เกิน 20 แห่งไม่ใช่ 200 แห่งตามที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้” นายชัยวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ จากการหารือกับหอการค้าอเมริกา นักธุรกิจอเมริกากังวลใน 2 ประเด็น ประกอบด้วยแนวทางสร้างความชัดเจนของการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และ การขาดแคลนแรงงานฝีมือ เพราะปัญหาเหล่านี้เริ่มจะมีผลกระทบต่อการขยายลงทุนในอนาคตอีก 2 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ นักลงทุนสหรัฐฯ มองว่าในปี 2 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมไทยจะสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามตัวเลขการส่งออกของไทย ซึ่งไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมด้านแรงงานฝีมือให้เพียงพอต่อความต้องการ เพราะสหรัฐฯ มีแผนที่จะเข้ามาลงทุนในไทยอีกจำนวนมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่น่าลงทุนและมีโครงสร้างทางพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี
“ตอนนี้รัฐบาลไทยได้เตรียมพร้อมด้านแรงงานในอีก 2 ปีข้างหน้าแล้วโดยเป็นการร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ ในการส่งเสริมให้เด็กไทยได้ศึกษาในระดับอาชีวะเพิ่มและลดจำนวนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาลง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” นายชัยวุฒิ กล่าว







