posttoday
อีโคสติ๊กเกอร์ ไร้ผล ราคา-ดีไซน์รถโดนใจกว่า

อีโคสติ๊กเกอร์ ไร้ผล ราคา-ดีไซน์รถโดนใจกว่า

22 มีนาคม 2559

ภาครัฐคงต้องปรับวิธีการสร้างการรับรู้ข้อมูลจากอีโคสติ๊กเกอร์ พร้อมทั้งรณรงค์ปลุกจิตสำนึกในการใช้รถยนต์ที่ช่วยลดมลภาวะ

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

หลังประกาศใช้ อีโคสติ๊กเกอร์ อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยให้สามารถเปรียบเทียบสมรรถนะของรถยนต์ในแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น อัตราการใช้น้ำมัน อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงการได้รับรู้ข้อมูลที่เที่ยงตรง โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ในด้าน “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์

นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ QR Code มาแสดงไว้บนอีโคสติ๊กเกอร์เพื่อให้สามารถนำมาใช้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์ www.car.go.th ผ่านโปรแกรมอ่าน Code บน Line หรือ App. QR Code Reader บนเครื่องสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากจะปรากฏข้อมูลดังกล่าวแล้ว ยังสามารถดาวน์โหลดโบรชัวร์ของรถยนต์คันนั้นๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อเดือน และสามารถค้นหาเปรียบเทียบรถยนต์คันนั้นกับรถยนต์คันอื่นๆ ในระบบได้ด้วย

หลังจากมีผลบังคับใช้มาแล้วเกือบ 1 ไตรมาสของปีและที่สำคัญคือในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลขายแรกของปี “โพสต์ทูเดย์” จึงได้ลงพื้นที่สำรวจความเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อการใช้อีโคสติ๊กเกอร์ ในการเลือกซื้อรถยนต์ในศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลสุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน พบว่า ผู้บริโภคจำนวนกว่า 70% ไม่สนใจข้อมูลรายละเอียดที่ระบุบนอีโคสติ๊กเกอร์ เนื่องจากให้ความสำคัญด้านอื่นมากกว่า อาทิ การออกแบบที่ถูกใจ และความคุ้มค่าโดยรวม ในการประกอบการตัดสินใจซื้อรถยนต์

ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนกว่า 50% ไม่สังเกตเห็นอีโคสติ๊กเกอร์ ซึ่งปัจจัยสำคัญคาดว่าจะมาจากจำนวนรุ่นที่ขอเข้ารับติดตั้งสติ๊กเกอร์ยังมีไม่ครบทุกรุ่น รวมถึงข้อบังคับที่มีบทลงโทษหากไม่ติดตั้งสติ๊กเกอร์ดังกล่าวนี้ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้ผู้บริโภคไม่สังเกตเห็นได้เท่าที่ควร

นอกจากนั้น ผู้บริโภคจำนวนกว่า 30% ระบุว่า พนักงานอธิบายข้อมูลรายละเอียดความสำคัญไม่ชัดเจน อาทิ ความสำคัญในการปล่อยค่า CO2 ต่ำที่แตกต่างกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุ (ซีซี) ที่สูง จึงทำให้ผู้บริโภคมองข้ามความสำคัญ

อีกด้านหนึ่งมีผู้บริโภคจำนวนกว่า 20% นำข้อมูลในอีโคสติ๊กเกอร์ไปเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น หรือมีการค้นหาข้อมูลผ่านการเข้าเว็บไซต์หรือสแกน QR Code เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนกว่า 10% ตั้งใจศึกษาข้อมูลจากสติ๊กเกอร์ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปล่อยค่า CO2 สู่ชั้นบรรยากาศที่ต่ำ รวมถึงอัตราการประหยัดพลังงานจากข้อมูลรายละเอียดที่อยู่บนอีโคสติ๊กเกอร์

อัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลผู้บริโภคที่เข้ามาเลือกซื้อรถยนต์กับทางบริษัทส่วนใหญ่ อีโคสติ๊กเกอร์ไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัท รวมถึงข้อเสนอทางด้านราคาที่เป็นสิ่งจูงใจมากกว่าการใช้ข้อมูลจาก
อีโคสติ๊กเกอร์มาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งในตลาด

“เชื่อว่าผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์นำเข้าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างสูงสุด รวมถึงข้อเสนอพิเศษและบริการหลังการขายที่สามารถดูแลได้อย่างมั่นใจ”อัจฉรีย์ กล่าว

ด้าน วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจในคุณภาพและรายละเอียดที่ระบุอยู่ในอีโคสติ๊กเกอร์มากยิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ พร้อมทั้งการมีข้อบังคับให้ติดตั้งอีโคสติ๊กเกอร์เพื่อให้ข้อมูลกับผู้บริโภคอย่างโปร่งใส ถือเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมถึงยกระดับการขายรถยนต์ให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า อีโคสติ๊กเกอร์ถือเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาลที่มีข้อบังคับให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต้องชี้แจงรายละเอียดอย่างครบถ้วน ซึ่งผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินในการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อยค่า CO2 ที่ต่ำ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทเองได้มีการติดตั้งสติ๊กเกอร์ดังกล่าวไว้อย่างครบถ้วนให้ผู้บริโภคได้นำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้บริโภคที่มีต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้รถยนต์นั้นยังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลบนอีโคสติ๊กเกอร์ แต่กลับไปให้ความสำคัญกับราคา และรูปแบบรถที่ถูกใจมากกว่า ขณะเดียวกันการติดอีโคสติ๊กเกอร์ก็ยังไม่ชัดเจน หรือการให้ข้อมูลจากพนักงานยังไม่เพียงพอทำให้ผู้ซื้อไม่สนใจ ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการเลือกซื้อรถยนต์   

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งภาครัฐคงต้องปรับวิธีการสร้างการรับรู้ข้อมูลจากอีโคสติ๊กเกอร์ พร้อมทั้งรณรงค์ปลุกจิตสำนึกในการใช้รถยนต์ที่ช่วยลดมลภาวะอย่างจริงจัง ขณะที่ผู้ผลิต นอกจากจะต้องสนับสนุนร่วมกับภาครัฐแล้วจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนั้นอย่างจริงจัง ด้านผู้บริโภคคงต้องลองถามตัวเองว่า ...จะให้ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดเทคโนโลยีให้เรา หรือเราจะเป็นผู้กำหนดให้ผู้ผลิตนำเสนอคุณภาพสู่เรา ซึ่งอีโคสติ๊กเกอร์เป็นพื้นฐานแรกๆ ที่จะช่วยผลักดันการพัฒนาคุณภาพได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน