posttoday
ข้อคิดในการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ข้อคิดในการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

22 มีนาคม 2559

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน หน้าร้อนปีนี้ดูเหมือนจะมาช้าแต่ผลกระทบอาจดูรุนแรงกว่าปีก่อนๆ นะครับ ทั้งในเรื่องของภัยแล้งที่ต่อมาต้องกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาสินค้าต่างๆ ตลอดจนรายได้ของเกษตรกร รวมถึงเรื่องของคลื่นความร้อนที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันอยู่ในโลกโซเชียล หวังว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายควรให้ความสนใจและระมัดระวังกันเอาไว้บ้าง และมีการเตรียมตัวหากเกิดการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้

พอดีวันก่อนผมได้รับหนังสือเพื่อให้ปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทรวมถึงได้รับโทรศัพท์สอบถามแนวทางการลงทุนก็เลยอยากพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ อย่างแรกเลยผมว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสิ่งที่ดีมากกับสังคมไทยในยุคปัจจุบันที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับนิสัยของคนบางกลุ่มที่ชอบการใช้จ่ายก่อนออมเพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการบังคับให้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและระยะยาว ถือเป็นการลงทุนในรูปแบบที่เรียกว่าเฉลี่ยต้นทุน หรือ Dollar Cost Average โดยบังคับเพราะกองทุนจะหักเงินของเราโดยอัตโนมัติทุกๆ เดือน เพื่อนำไปลงทุนต่อในกองทุน นอกจากนั้นยังเป็นการบังคับให้องค์กรหรือบริษัทที่เราทำงานอยู่ต้องสมทบเงินให้เราในอัตราที่เท่ากันถือเป็นรายรับที่เราไม่เห็นแต่จะได้ก็ต่อเมื่อเราลาออกหรือเกษียณอายุ

ต้องยอมรับว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบ้านเรามีพัฒนาการที่ดีมาโดยตลอดอย่างเช่น สมัยก่อนทุกคนในองค์กรไม่ว่าจะอายุหรือเงินเดือนจะต่างกันเท่าไหร่ก็ตามต่างต้องลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน แต่ในปัจจุบันเราทุกคนสามารถที่จะเลือกนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันตามวัยหรือระดับในการยอมรับความเสี่ยงได้ของแต่ละบุคคล ซึ่งตรงนี้เองที่ผมอยากให้ข้อคิดกับท่านผู้อ่าน เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเราเองไม่ใช่ลอกตามเพื่อนหรือคนอื่น

โดยให้พิจารณาจากพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณเป็นกรอบใหญ่ เพื่อให้รู้ว่าเราควรจะลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ในสัดส่วนอย่างละเท่าไหร่ ต่อมาจึงพิจารณาถึงการลงทุนใน LTF/RMF รวมถึงการลงทุนในกองทุนหรือสินทรัพย์อื่นๆ ของเราว่ามีสัดส่วนของหุ้นอยู่แล้วเท่าไร จึงนำมาประกอบเพื่อพิจารณาถึงนโยบายการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เหมาะสมในระยะยาวของเรา

พัฒนาการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนอกเหนือจากการที่เราสามารถกำหนดนโยบายการลงทุนได้เองแล้วก็คือ เราสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้ (ตามที่แต่ละ บลจ.กำหนด) ดังนั้นเมื่อเรากำหนดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมแล้วแต่สถานการณ์เศรษฐกิจ การเมืองอาจเปลี่ยนแปลงไปซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงและความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของเรา เราสามารถที่จะเปลี่ยนนโยบายการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดได้ เช่น ในกรณีที่ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงซบเซาต่อเนื่องเราอาจปรับนโยบายการลงทุนให้มีสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลมากขึ้นกว่านโยบายเดิมของเรา เพื่อลดผลกระทบต่อการขาดทุนจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้น เป็นต้น หรือเมื่อภาวะเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้งเราก็สามารถที่จะปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นได้ เป็นต้น

แม้ว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเป็นการลงทุนที่สำคัญ แต่หากเราพิจารณาถึงความเพียงพอถึงเงินสำหรับการเกษียณของเราผมคิดว่าถ้าเราเพียงแต่พึ่งพากองทุนสำรองเลี้ยงชีพคงจะไม่เพียงพอต่อการเกษียณอย่างสบายๆ ตามที่เราต้องการ ดังนั้นเราควรต้องลงทุนเพิ่มเติมในส่วนที่เหลือ เช่น ลงทุนใน LTF/RMF หรือลงทุนในกองทุน REITs เพิ่มเติม นอกจากนั้นอย่าลืมเรื่องของรายจ่ายเพื่อสุขภาพ ซึ่งมันจะเติบโตไปพร้อมๆ กับเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ ดังนั้นการลงทุนในประกันชีวิตและประกันสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกเช่นกัน

สุดท้ายก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านโชคดีกับการลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน