
“พาณิชย์” ยันหมู-ไข่-ไก่ ไม่ขาดแคลนช่วงหน้าร้อน
“พาณิชย์” ยันหมู-ไข่-ไก่ ไม่ขาดแคลนช่วงหน้าร้อน แต่ห่วงราคาอาหารสัตว์ทำต้นทุนพุ่ง ด้านไข่ไก่ขึ้นแล้ว 30 สตางค์/ฟอง รับภัยแล้ง
“พาณิชย์” ยันหมู-ไข่-ไก่ ไม่ขาดแคลนช่วงหน้าร้อน แต่ห่วงราคาอาหารสัตว์ทำต้นทุนพุ่ง ด้านไข่ไก่ขึ้นแล้ว 30 สตางค์/ฟอง รับภัยแล้ง
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ผลิตสุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และปศุสัตว์ ว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันจากเกษตรกร 3 กลุ่มว่าช่วงหน้าแล้งนี้ ปริมาณผลผลิตจะมีเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่เกษตรกรยังกังวลต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นกรมจะติดตามการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณของสินค้าอย่างใกล้ชิดทุกวัน และพร้อมออกมาตรการดูแลอย่างพบปัญหาจนกระทบต่อผู้บริโภค
“ได้รับการยืนยันจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ และหมู ว่าส่วนใหญ่ยังมีน้ำใช้เพียงพอ เพราะมีแหล่งน้ำสำรอง มีการใช้น้ำบาดาลเป็นหลัก แต่ในบางแหล่งผลิตอาจต้องซื้อน้ำเพิ่มเติม โดยเฉพาะฟาร์มหมูแบบเปิดขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพราะบ่อดินแห้ง ใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และเขื่อน”
สำหรับในส่วนของฟาร์มหมู มีความต้องการใช้น้ำมากกว่าส่วนของฟาร์มไก่เนื้อค่อนข้างมาก โดยเฉพาะฟาร์มขนาดเล็ก และฟาร์มขนาดกลาง ที่เป็นฟาร์มแบบเปิด บางพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำและต้องซื้อน้ำเพื่อเพาะเลี้ยง ส่วนฟาร์มขนาดใหญ่และฟาร์มขนาดกลาง ที่เป็นฟาร์มปิด ยังคงมีน้ำใช้เพียงพอ เพราะส่วนใหญ่มีการใช้น้ำบาดาลเป็นหลัก
“ราคาของเนื้อหมูในช่วง มี.ค.-พ.ค. เชื่อว่าจะไม่มีขยับเพิ่มไปจากเดิมมากนัก แม้ว่าจะมีต้นทุนการใช้น้ำเพิ่ม แต่ก็เพียงบางฟาร์ม แต่ในช่วง 3 เดือนจากนี้จนถึงปลายปี อาจต้องจับตาดูอีกครั้ง เพราะภัยแล้งที่จะกระทบต่อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และมีผลต่อการออกลูกหมูในอนาคตด้วย”
ด้านของไก่เนื้อนั้น ฟาร์มส่วนใหญ่ยังคงมีน้ำเพียงพอต่อการใช้ในอุตสาหกรรม ขณะที่ปริมาณไก่เนื้อยังคงมีเพียงพอต่อการบริโภค ราคาอยู่ในระดับปกติ โดยไทยมีกำลังการผลิตไก่เนื้ออยู่ที่ 30 ล้านตัว/สัปดาห์ แบ่งเป็นการบริโภคในประเทศ 5 ล้านตัว/สัปดาห์ และส่งออก 25 ล้านตัว/สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ผู้ผลิตแสดงความเป็นห่วงราคาอาหารสัตว์ ว่าอาจได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เนื่องจากวัตถุดิบผลิตจากข้าวโพด ถั่วเหลือง ซึ่งกรมจะมีการติดตามราคาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
ขณะที่ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ ยืนยันว่าในช่วงหน้าแล้งนี้ไข่ไก่มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคแน่นอน โดยมีกำลังผลิตอยู่ที่ 42 ล้านฟอง/วัน หรือ 15,560 ล้านฟอง/ปี ส่วนความต้องการบริโภคอยู่ที่ 40 ล้านฟอง/วัน อย่างไรก็ตามช่วงหน้าร้อนขนาดของไข่ไก่อาจมีขนาดที่เล็กลงกว่าช่วงเวลาปกติ โดยทางฟาร์มจะต้องมีการเพิ่มต้นทุนเรื่องไฟฟ้า เพื่อปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อการออกไข่ของแม่ไก่ รวมถึงต้องเพิ่มต้นทุนเรื่องน้ำเพิ่มขึ้น เพราะแม่ไก่แต่ละตัวต้องยืนออกไข่อยู่ให้นานถึง 78 สัปดาห์
“ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังไม่กระทบต่อราคาไข่ต่อฟองมากนัก โดยต้นทุนไก่ไข่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ 14% อาหาร 76% และต้นทุนอื่นๆ 10% ซึ่งต้นทุนน้ำคิดเป็น 1.77% สำหรับราคาไข่ไก่ขณะนี้ไข่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.9 บาทต่อฟอง และราคาขายปลีกไข่ไก่เบอร์ 3 อยู่ที่ 3.35 บาท/ฟอง ซึ่งต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 2.79-2.80 บาท/ฟอง”
นายสันติ วิโรจน์บริสุทธิ์ ประธานกรรมการ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้น 20-30 สตางค์/ฟอง นับตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.จนถึงปัจจุบัน จาก 2.60-2.70 เป็น 2.90 บาท/ฟอง ซึ่งสูงกว่าต้นทุนที่อยู่ระดับ 2.8 บาท/ฟอง สาเหตุที่ราคาเพิ่มขึ้นมาจากเกษตรกรได้วางแผนปลดระวางไก่ไข่ให้เร็วขึ้นจาก 80 สัปดาห์เหลือ 75 สัปดาห์เพื่อรองรับช่วงแล้ง ประกอบช่วงฤดูร้อนทำให้ปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดลดลงทั่วประเทศ 5-7%
“จังหวัดที่มีการผลิตไข่ไก่มากที่สุดในไทยจะมีจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และนครนายก โดยมีผลผลิตรวมกัน 30% ของไข่ไก่ทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 40 ล้านฟองต่อวัน”
นายเสน่ห์ นัยเนตร ประธานสหกรณ์ปศุสัตว์และสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด กล่าวว่า ผู้เลี้ยงสุกรเห็นว่าปีนี้น่าจะเกิดวิกฤตกับผู้เลี้ยง เพราะได้รับผลจากภัยแล้ง ทำให้บางฟาร์มชะลอการเลี้ยงและขายลูกพันธุ์ออกไปแล้ว เนื่องจากกังวลน้ำแล้งและแบกรับต้นทุนไม่ไหว ซึ่งต้นทุนน้ำเป็นสัดส่วน 30% ของการเลี้ยง หรือหมู 1 ตัวต้องใช้น้ำเพิ่ม 30 บาท/วัน และส่วนใหญ่เลี้ยงจะเป็นรายย่อย 70% ซึ่งพื้นที่เลี้ยงหลักของประเทศ อันดับแรกคือ ราชบุรี นครปฐม ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ร่วมสัดส่วน 70% ของผลผลิตออกสู่ตลาด และต้นทุนเลี้ยงอยู่ที่ 62-64 บาท แต่ต้องขาย 67-69 บาท หากต้องซื้อน้ำและอาหารสัตว์แพงขึ้นอีก อาจประสบปัญหาได้ในอนาคต







