
แนะรัฐกระตุ้นคนรวยใช้เงิน
นักธุรกิจแนะรัฐบาลหามาตรการกระตุ้นคนรวยให้ใช้จ่ายและลงทุนเพิ่ม กระตุ้นเศรษฐกิจ
นักธุรกิจแนะรัฐบาลหามาตรการกระตุ้นคนรวยให้ใช้จ่ายและลงทุนเพิ่ม กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในระยะ 3-6 เดือนนี้จะยังคงทรงตัว เนื่องจากคนระดับล่างมีปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้ไม่มีเงินมาใช้จ่าย ขณะที่คนในระดับกลางก็เริ่มมีปัญหาและชะลอการใช้จ่าย ขณะที่คนระดับบนเป็นคนกลุ่มเดียวที่ยังมีกำลังซื้ออยู่ รัฐบาลจึงควรที่จะกระตุ้นให้คนระดับบนใช้จ่ายหรือลงทุนมากขึ้น
“การที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจะต้องให้คนรวยในประเทศใช้เงินให้มากขึ้น เพราะเงินในประเทศยังมีอยู่อีกมาก คนฝากเงินยังมีอยู่เยอะมากแต่ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ จะทำอย่างไรที่ให้คนเหล่านี้ใช้เงิน โดยต้องเป็นมาตรการที่สามารถจูงใจ และอย่าไปคิดว่าออกมาตรการมาแล้วจะเป็นการช่วยคนรวย”
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงส่งท้ายปี ถือเป็นมาตรการที่กระตุ้นคนได้มาก แสดงว่าคนที่มีกำลังซื้อยังมีอยู่ และมาตรการที่ออกมาก็ทำให้เห็นว่าได้ประโยชน์ถึงตัวคนจริงๆ เพราะการซื้อสินค้า 1.5 หมื่นบาท หากเป็นคนที่เสียภาษีมากอยู่แล้ว สามารถลดหย่อนได้ 3,000-4,000 บาท จากราคาสินค้า 1.5 หมื่นบาท ก็ถือว่าได้ประโยชน์มาก
นายอนันต์ กล่าวต่ออีกว่า เศรษฐกิจไทยได้อยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้ว คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นได้ แม้การใช้จ่ายและการส่งออกจะยังไม่ดี เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องยังถือว่าเติบโตได้ดี
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องระวังการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ต้องไม่ให้เกิดภาระหนี้แก่ประชาชนผู้ถูกกระตุ้น หรือส่งผลกระทบต่อภาระหนี้ทางการคลังมากจนเกินไป ซึ่งขณะนี้รู้สึกว่ารัฐบาลเน้นใช้มาตรการกระตุ้นเฉพาะกิจให้เห็นผลเป็นช่วงๆ มากกว่าที่จะวางผลให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว
ทั้งนี้ การอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจควรลงไปช่วยเหลือกลุ่มที่เดือดร้อน ได้แก่ เกษตรกรที่ถูกผลกระทบทั้งราคาสินค้าเกษตรและปัญหาภัยแล้ง โดยแนวทางควรช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือขุดบ่อบาดาล และมีแผนระยะยาวที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น แผนบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องทำคู่กันไป ซึ่งขณะนี้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรยังน้อยไป ทั้งที่รู้กันมานานว่าจะเกิดภัยแล้ง แต่ก็ไม่มีการวางแผนรับมืออย่างจริงจัง เห็นแต่การแก้ไขปัญหาระยะสั้นมากกว่า
“อยากเห็นรัฐบาลออกมาตรการใหญ่เป็นแกรนด์โปรเจกต์ ปูพรมช่วยเหลือภาคเกษตรให้มากกว่านี้ วงเงินงบประมาณที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถนำมาอุดหนุนจัดการฝึกอบรม ฝึกทักษะใหม่ๆ และเพิ่มฝีมือแรงงาน” นายพรายพล กล่าว







