
หวั่นศูนย์ทดสอบรถล้ม
แหยงศูนย์ทดสอบยานยนต์ล้มไม่เป็นท่า สมอ.ขอศึกษามติ ครม.ก่อนปรับแผนลงทุน
แหยงศูนย์ทดสอบยานยนต์ล้มไม่เป็นท่า สมอ.ขอศึกษามติ ครม.ก่อนปรับแผนลงทุน
นายณัฐพล รังสิตพล รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ส่งเรื่องการสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ กลับมาให้ สมอ.ทบทวนใหม่ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าผลจากการที่รัฐจัดหาที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ทำให้ภาคเอกชนไม่สามารถเข้าร่วมโครงการลงทุนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ได้ สมอ.จะต้องพิจารณารายละเอียดของมติ ครม.ก่อน เพื่อปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาล
สำหรับที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น สมอ.ได้ขอเช่าพื้นที่ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 1,200 ไร่ ซึ่งทางกรมป่าไม้เห็นชอบกับโครงการนี้ จึงอนุมัติให้กระทรวงอุตสาหกรรมเช่าพื้นที่ระยะยาว 30 ปี และการชดเชยปลูกป่าในวงเงินรวม 156.8 ล้านบาท และต่ออายุการเช่าออกไปได้อีก เพราะเป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งหากนำเงินไปชำระกับกรมป่าไม้และ อ.อ.ป. ก็เข้าใช้พื้นที่ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม โครงการสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ได้มีการผลักดันมานานกว่า 15 ปี แต่ติดอุปสรรคใหญ่ไม่สามารถจัดหาที่ดินได้ ทำให้โครงการถูกระงับ แต่ในครั้งนี้สามารถเจรจากับกรมป่าไม้จัดหาที่ดินได้แล้ว ก็ทำให้แก้ปัญหาสำคัญที่สุดในเรื่องที่ดินไปได้ เหลือเพียงการเดินหน้าก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อ ครม.มีมติให้พิจารณทบทวน เพราะติดขัดในเรื่องที่ดินก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกนานและอาจจะทำให้โครงการล่าช้าออกไปอีก
“พื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา มีความเหมาะสมด้านภูมิศาสตร์ เพราะแหล่งผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนกระจายไม่เกิน 200 กิโลเมตร และอยู่ใกล้ท่าเรือ ทำให้ภาคเอกชนมีต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำ สะดวกรวดเร็วในการดำเนินการ ซึ่งหากได้ที่ดินในพื้นที่อื่นที่ห่างไกล ก็จะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ต้นทุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็เพิ่มมากขึ้น” นายณัฐพล ชี้แจง
นายณัฐพล กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งเน้นการให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นหลัก แม้จะได้ผลพอสมควร แต่ยังไม่มีแรงมากพอในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เนื่องจากประเทศไทยขาดพื้นฐานของศูนย์ทดสอบ และศูนย์วิจัย รัฐบาลนี้จึงได้เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์บีโอไอขึ้นมารองรับ ศูนย์ทดสอบยานยนต์แห่งนี้จะต่อยอดการวิจัยในอนาคตให้กับภาคเอกชน หากโครงการนี้ต้องล้มไป อาจจะกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เนื่องจากมีแต่บริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่รายที่มีเงินทุนมากเพียงพอที่จะสร้างศูนย์วิจัยครบวงจร
สำหรับโครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบดังกล่าว ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2558 มีมติเห็นชอบการดำเนินการวงเงิน 4,536 ล้านบาท โดยในปี 2558 ได้อนุมัติงบกลางไปแล้ว 111 ล้านบาท ใช้ในการออกแบบ จ้างที่ปรึกษา ปลูกป่าทดแทน ปี 2559 จัดสรรงบไป 491 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นการร่วมทุนพีพีพี 3,933 ล้านบาท ล่าสุด ครม.มีมติให้ทบทวนเรื่องที่ดินในโครงการนี้ โดยเสนอให้พิจารณาในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี







