posttoday
นท เกริกฤทธิ์วณิช วิกฤตคือโอกาส

นท เกริกฤทธิ์วณิช วิกฤตคือโอกาส

11 มีนาคม 2559

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

“นท เกริกฤทธิ์วณิช” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น วัย 35 ปี กับชีวิตการเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น พอร์ตลงทุนของเขาถือว่าประสบความสำเร็จเพราะนับตั้งแต่แรกเริ่มลงทุนในวันที่เขามีอายุ 26-27 ปี ช่วงที่ทำหน้าที่วิศวกรไฟฟ้า ที่บริษัท โตโยต้า ในฝ่ายกลยุทธ์และวางแผนรถยนต์ในรุ่นใหม่ๆ

งานตอนนั้นเขาต้องวิเคราะห์และคาดการณ์ไปข้างหน้าว่ารถแต่ละรุ่นที่จะออกมานั้นจะเป็นที่ต้องการ ถูกใจหรือไม่ และเทคโนโลยีจะเป็นอย่างไร เป็นการวางแผนล่วงหน้า 3 ปี ซึ่งรุ่นรถที่ผ่านการวิเคราะห์ของ “นท” คือ คัมรี่ไฮบริคและรถอีโคคาร์ การทำงานที่โตโยต้าทำให้เขาได้เรียนรู้และรู้จักการลงทุนในตลาดหุ้น ด้วยลักษณะของงานที่ทำสอดรับกับการลงทุนในตลาดหุ้นที่จะต้องมีการวิเคราะห์ต้องเข้าใจและมองภาพธุรกิจไปข้างหน้าออก จึงเป็นเหตุผลให้ “นท” ตัดสินใจเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น

“ผมลงทุนครั้งแรกด้วยการเปิดพอร์ตวงเงินประมาณ 1 ล้านบาท มาถึงทุกวันนี้พอร์ตผมโตขึ้นมาก และทำให้รู้ว่าหากเราลงทุนด้วยความเข้าใจ ผลตอบแทนจากการลงทุนจะเป็นโอกาสที่ดีให้กับชีวิตเราทุกอย่าง แต่ทั้งนี้ในการใช้ชีวิตก็ต้องรู้จักพอ เพราะไม่ใช่พอร์ตโตแล้วการใช้จ่ายการใช้ชีวิตโตขึ้นตามพอร์ตลงทุนที่โต ถ้าเป็นแบบนี้ชีวิตก็ถือว่าไม่ได้อะไร แต่ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างปกติ พอเพียงรู้จักค่าของเงิน เงินที่ได้และพอร์ตหุ้นที่โตก็จะทำให้เรามีความสุขกับเงินลงทุนที่งอกเงยขึ้นมาและถือว่ารวยจากการลงทุน” นท กล่าว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนของผมครั้งแรกนั้น จำได้ว่าเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดทุนทั่วโลกผันผวนจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ราคาหุ้นดิ่งแรงมาก ขณะที่ราคาน้ำมันก็ลง ราคาทองคำพุ่งขึ้น ในจังหวะนั้นเองผมได้เข้าไปลงทุนในหุ้น ซึ่งก็สร้างผลตอบแทนที่ดี และอีกครั้งหนึ่งที่ผมลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนดีคือช่วงที่เกิดขึ้น น้ำท่วมครั้งใหญ่ ตอนนั้นจะเห็นว่าหุ้นของบริษัทที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมวูบลงอย่างหนัก แต่ผมเห็นว่าเป็นโอกาส เพราะฉะนั้นพื้นฐานของธุรกิจหลักก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่จะได้รับผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น เมื่อคิดอย่างนี้ก็ลงทุน เงินก็งอกเงยขึ้นมา สำคัญการลงทุนที่จะต้องเข้าใจ วิเคราะห์ธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนให้ขาดและชัดเจน

“ถ้าหากให้คำนิยามชัดเจน ผมลงทุนระยะยาว ลงทุนหุ้นมูลค่าและหุ้นเทิร์นอะราวด์ ก่อนเข้าไป จะต้องมองให้ออกว่ากิจการในอนาคตของหุ้นในระยะ 3-5 ปี จะเป็นอย่างไร ถ้าหากเราทำความเข้าใจแล้ว โอกาสที่จะเป็นเม่าติดดอยไม่มีแน่นอน หรือแม้ว่าจะติดดอยในยามที่ตลาดรวมไม่ดี แต่เราก็มีโอกาสที่จะลงจากดอยได้แน่นอน”

นท กล่าวว่า การลงทุนที่ทำควบคู่กับการทำงานในโตโยต้าอยู่ 3 ปี รู้สึกอิ่มและตัดสินใจลาออกมาเป็นนักลงทุนเต็มตัวเต็มรูปแบบ เรียนรู้ศึกษาและวิเคราะห์อย่างจริงจัง ยึดอาชีพเป็นนักลงทุนเพียงอย่างเดียวอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ ชีวิตต้องมีอะไรที่มากกว่า การเรียนด้านวิศวกรไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภาคอินเตอร์จะต้องทำงานและนำวิชาที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์ จึงได้ตัดสินใจกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ควบคู่กับการลงทุนไปด้วย แต่การเป็นคนชอบลงทุนระยะยาว ลงหุ้นพื้นฐานก็ไม่กระทบอะไรกับการทำงาน

สำหรับหุ้นที่เด้งขึ้นมารอบนี้ ในส่วนตัวก็เข้าไม่ทัน เพราะขึ้นมาเร็วมาก แต่ยังคิดว่าตลาดหุ้นยังไม่ได้ลงถึงจุดต่ำสุด มีโอกาสที่จะลงได้อีก เพราะมีความไม่แน่นอนสูงมากจากความเสี่ยง จากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การเติบโตของเศรษฐกิจจีน ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อตลาดและการลงทุนทั้งสิ้น ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการลงทุนด้วย

ขณะเดียวกัน “นท” ได้สอนเรื่องเทคนิคการลงทุนให้กับบริษัทของเพื่อน คือ บริษัท สตาร์ดเทรดเดอร์ (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นบริษัทที่สอนด้านเทคนิคการลงทุนสินค้าอนุพันธ์ที่ลงทุนหุ้นในสหรัฐ แต่จะเป็นตัวที่อ้างอิงหุ้นซึ่งใช้เงินในการลงทุนไม่มาก และทุกวันนี้ก็มีนักลงทุนไทยที่สนใจลงทุน เป็นนักลงทุนประเภทที่มีความรู้ความเข้าใจ มีสภาพคล่องที่ดีพอ ที่สนใจไปลงทุนเป็นหลัก ซึ่งในการลงทุนเมื่อมีโอกาสมีกำไรมาก ความเสี่ยงก็สูงขึ้นด้วยนักลงทุนจะต้องระมัดระวัง และจะต้องรู้มุมเสียด้วยว่า ถ้าเสียจากการลงทุนแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่ได้มองเฉพาะฝั่งได้กำไรเพียงอย่างเดียว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน