posttoday
แนวโน้มกำไร บจ.ปีนี้สดใส

แนวโน้มกำไร บจ.ปีนี้สดใส

10 มีนาคม 2559

โดย...บล.เอเซีย พลัส

โดย...บล.เอเซีย พลัส

กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2559 มีแนวโน้มสดใส ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เนื่องจากฐานปี 2558 ที่ต่ำมากจากปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ และขณะนี้เข้าสู่งวดไตรมาสแรก ปี 2559 ตลาดน่าจะให้น้ำหนักรายกลุ่มที่คาดว่าจะทำกำไรได้สดใส นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส พบว่ากลุ่มโรงกลั่น และปิโตรเคมี มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 4 ปี 2558 เพราะคาดว่าจะบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันลดลงอย่างมาก (ราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยในเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)

ขณะที่เดือน มี.ค. 2559 คาดว่าน่าจะใกล้เคียงหรือต่ำเล็กน้อย นอกจากนี้ในงวดไตรมาสแรกยังได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่ยังทรงตัวในระดับสูงใกล้กับงวดก่อนหน้าที่ 8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (อ้างอิงตลาดสิงคโปร์) และธุรกิจปิโตรเคมีที่ส่วนต่างราคาวัตถุดิบกับราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ดีขึ้น ทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ จากอานิสงส์ช่วงฤดูกาล (เทศกาลตรุษจีน) รวมถึงมีโรงงานปิโตรเคมีในภูมิภาคที่เกิดการหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราวโดยไม่ได้อยู่ในแผน สถานการณ์นี้น่าจะดีต่อบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) มากที่สุด

รองลงมาคือ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ยกเว้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ที่ได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ เพราะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานโอเลฟินส์ และโรงกลั่นในงวดไตรมาสแรก ปี 2559 ตามลำดับ

ในสถานการณ์ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ให้นํ้าหนักลงทุนไปที่กลุ่มปิโตรเคมีมากกว่าโรงกลั่น เนื่องจากสเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีโดยเฉพาะสายโอเลฟินส์มีสัญญาณดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ค่าการกลั่นผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว จึงยังเลือก IRPC มูลค่าที่เหมาะสม 5.70 บาท เป็นหุ้นที่เลือกลงทุนเพราะได้รับผลบวกทั้งภาพอุตสาหกรรม และ UHV เสร็จตามแผนในปลายเดือน มี.ค. และตามมาด้วย PTTGC แม้ในระยะสั้นจะยังถูกกดดันจากกำไรไตรมาสแรก

สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยสดใสต่อเนื่องจากผลของฤดูกาล สะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทย ล่าสุดเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3 ล้านคน และน่าจะต่อเนื่องในเดือน ก.พ. ซึ่งได้อานิสงส์จากช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (เดือน ม.ค. นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทย 8.15 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 27% ของนักท่องเที่ยวรวม และเติบโตสูงสุด 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อกลุ่ม

ธุรกิจโรงแรมเติบโตในทิศทางเดียวกันกับการท่องเที่ยว โดยคาดผลประกอบการกลุ่มโรงแรมจะพีกสุดรายไตรมาสในไตรมาสแรกเหมือนปกติทุกปี โดยเฉพาะบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) มูลค่าที่เหมาะสม 5.30 บาท มีโครงสร้างรายได้หลักมาจากโรงแรมเกือบ 100% จึงคาดกำไรไตรมาสแรกมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่เช่นกัน (ทั้งปี 2559 จะเติบโตสูงถึง 40%) อีกทั้งราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นมากสุดในกลุ่ม 31%

รองลงมาคือ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) มูลค่าที่เหมาะสม 18 บาท แม้ปีนี้จะเติบโต 12% แต่จากสถิติในอดีตมักจะเหนือกว่ากลุ่มโรงพยาบาลเติบโตต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ คาดผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาสแรกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้งจากงวดไตรมาส 4 จากไตรมาส 3 ปี 2558 และงวดเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลบวกจากช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว โดยโรงพยาบาลที่ได้รับผลบวกสูงสุดคือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เด่นสุด เนื่องจากมีโรงพยาบาลในเครือข่ายจำนวนมาก และกระจายตัวอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้มีกำไรสูงสุดของปีในไตรมาสแรกมาโดยตลอด รองลงมาคือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติมากที่สุด 60-65% ของรายได้รวม แต่มีโรงพยาบาลใน กทม.เพียงแห่งเดียว จึงได้รับอานิสงส์น้อยกว่า ทำให้กำไรไตรมาสแรกไม่โดดเด่นเท่ากับไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของโรงพยาบาลในไทย ทั้งนี้โรงพยาบาลทั้งสองแห่งยังรับผลบวกของเศรษฐกิจในแถบตะวันออกที่ฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบ ดังนั้นผู้ป่วยจากตะวันออกจะเดินทางมารักษาในไทยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับแนวโน้มงวดไตรมาส 2 แม้ไม่ใช่ฤดูกาลเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว (เทศกาลสงกรานต์) คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เชื่อว่า BDMS จะมีกำไรเติบโตที่โดดเด่น เพราะฐานที่ต่ำมากในช่วงเดียวกันของปีก่อน เกิดจากโรงพยาบาลทั้งหมด 13 แห่งยังขาดทุน ขณะที่ ไตรมาส 2 เริ่มพลิกกลับมามีกำไรแล้ว 1 แห่ง และโรงพยาบาลใหม่ที่เหลือทยอยฟื้นตัว ทั้งนี้หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลส่วนใหญ่ได้ปรับตัวขึ้นมาจนมีการปรับขึ้นจำกัด เหลือเพียง BDMS มูลค่าที่เหมาะสม 25 บาท ที่มี 13% และมีผลประกอบการที่โดดเด่นตั้งแต่งวดไตรมาสแรกเป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน