
ลุ้นฟิวเจอร์ฟันด์
บลจ.ไทยพาณิชย์ มั่นใจบริหารฟิวเจอร์ฟันด์ได้ ชูผลงานกองอินฟราฟันด์ DIF ขนาดกว่า 7 หมื่นล้าน ดึงต่างชาติเข้าลงทุนแตะ 30%
บลจ.ไทยพาณิชย์ มั่นใจบริหารฟิวเจอร์ฟันด์ได้ ชูผลงานกองอินฟราฟันด์ DIF ขนาดกว่า 7 หมื่นล้าน ดึงต่างชาติเข้าลงทุนแตะ 30%
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทสนใจเข้าบริหารกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์มูลค่า 1 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น โดยมั่นใจว่าบริษัทมีความสามารถในการบริหารกองทุนขนาดใหญ่ได้ จากประสบการณ์บริหารกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
“ปัจจุบันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) ที่บริษัทบริหารอยู่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนขึ้นมาถือ 1 ใน 3 จากช่วงเสนอขายครั้งแรกมีสัดส่วนเพียง 10% อีกทั้งขนาดกองทุนเพิ่มขึ้นจาก 5.8 หมื่นล้านบาท เป็น 7.19 หมื่นล้านบาท และมีโอกาสขยายกองทุนเพิ่มขึ้นได้อีก” นายสมิทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ กองทุนยังจ่ายเงินปันผลได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ในปีแรกจ่ายในอัตรา 9.3% จากเป้าหมายอยู่ที่ 8.8% และแนวโน้มยังดี ส่วนราคา DIF ปัจจุบันอยู่ที่ 13-13.50 บาท จากราคาขายครั้งแรกที่หน่วยละ 10 บาท และตั้งแต่ตั้งกองทุน 27 ธ.ค. 2556 ถึงสิ้นปี 2558 ปันผลแล้ว 1.8844 บาท/หน่วย
สำหรับเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยรอบนี้เข้าทั้งตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากลดน้ำหนักลงทุนไปนาน จึงมองเป็นการซื้อเพื่อคงสถานะพอร์ตและคงอยู่ระยะหนึ่ง โดยบริษัทมองแนวโน้มหุ้นไทยในปีนี้ดีขึ้น จึงอยู่ระหว่างปรับเป้าหมายดัชนีจากเดิมมองไว้ 1,400 จุด
นายสมิทธ์ กล่าวว่า บริษัทยังเตรียมออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ อินคัมพลัส (SCBPLUS) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เสนอขายวันที่ 15-21 มี.ค. 2559 เป็นกองทุนประเภท Multi-Asset Income เน้นบริหารเพื่อสร้างรายได้ระหว่างทางและมีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอไม่เกินปีละ 4 ครั้ง โดยจะลงทุนได้ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ เงินฝากและหน่วยลงทุนตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนและลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 79%
“ช่วงแรกจะเน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชน กองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและอาจลงทุนหุ้นในประเทศเพื่อรับเงินปันผลเป็นหลัก เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มในช่วงที่ตราสารหนี้ผลตอบแทนต่ำ” นายสมิทธ์ กล่าว
ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นกู้เอกชนระดับที่ลงทุนได้อยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีอัตราจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่า พอร์ตการลงทุนให้อัตราผลตอบแทนได้ประมาณ 2.8-3% ต่อปี ผ่านการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ







