
แคมปิงย้ายผลิตไทยเอาท์ดอร์ฯเร่งบุกนอก
โพสต์ทูเดย์
— อุปกรณ์แคมปิงเล็งย้ายฐานผลิตกลับไทยหลังค่าแรงจีนพุ่ง เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น สบช่องเดินหน้ารุกตลาดนอกนายวาสิต สิโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น ผู้จัดและจำหน่ายอุปกรณ์เดินป่าและแคมปิงแบรนด์คาราน่า เปิดเผยว่า ในปีนี้ผู้ผลิตอุปกรณ์เดินป่าและแคมปิงที่เคยย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปตั้งฐานการผลิตใหม่ที่ประเทศจีนเมื่อ 67 ปีที่แล้ว เพราะต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทยถึง 3040% ได้เริ่มย้ายฐานการผลิตกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว
ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลจีนเปลี่ยนแปลงสวัสดิการแรงงาน ทำให้ค่าแรงจีนเพิ่มสูงขึ้นจนใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตในประเทศไทย ขณะที่ฝีมือแรงงานยังไม่สามารถแข่งขันกับไทยได้ โดยคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ในประเทศจีน ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติก็จะเริ่มทยอยกลับเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
“บริษัทในฐานะผู้จ้างผลิตสินค้าประเภทเสื้อแจ๊กเก็ต กระเป๋า กับโรงงานในประเทศไทย สามารถกล่าวได้ว่าสินค้าทั้ง 2 ประเภท นั้นโรงงานไทยผลิตได้ดีที่สุดในโลก และมีคุณภาพไม่แพ้สินค้าที่เป็นของแบรนด์เนมต่างประเทศชื่อดัง บริษัทเชื่อว่าในอีกไม่นาน ผู้ประกอบการผลิตอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง เช่น เต็นท์ ถุงนอน จะกลับมาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างแน่นอน” นายวาสิต กล่าวเพิ่มเติมดังนั้น นับจากนี้ไป บริษัทจะมุ่งทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยในปีนี้มีแผนร่วมทุนกับบริษัทในไต้หวันเปิดเอาต์เลตเพื่อกระจายสินค้า เพื่อเป็นประตูไปสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีโอกาสทางการตลาด มหาศาล รวมทั้งตั้งตัวแทนจำหน่ายในมาเลเซียและอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น
“
ภายใน 35 ปี สัดส่วนยอดขายต่างประเทศจะเพิ่มจาก 10% หรือคิดเป็นรายได้ 20 ล้านบาทในปัจจุบันเป็น 50%” นายวาสิต กล่าวปัจจุบันตลาดอุปกรณ์เดินป่าในประเทศไทยมีมูลค่า 600700 ล้านบาท โดยบริษัทเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว และในปีนี้บริษัทมีแผนจะกระตุ้นยอดขายสินค้าในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ด้วยการผลิตและนำสินค้าหน้าฝน เช่น เสื้อกันฝน กระเป๋ากันน้ำ มาจำหน่าย คาดว่าปีนี้ในช่วง 4 เดือนที่เป็นฤดูฝนจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตได้ 50% จากปกติจะขายเป็น 20% เท่านั้น
นายวาสิต เผยต่อว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตทางด้านยอดขายไว้มากกว่า 20% หากแผนการกระตุ้นยอดขายในช่วงหน้าฝนประสบความโดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายรวม 210220 ล้านบาท







