
หุ้นเช้า 8 มี.ค.ปิดลดลง 2.69 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,393.06 จุด ลดลง 2.69 จุด หรือ -0.19% มูลค่าการซื้อขาย 33,491.04 ล้านบาท
เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,393.06 จุด ลดลง 2.69 จุด หรือ -0.19% มูลค่าการซื้อขาย 33,491.04 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.JAS ปิดที่ 3.60 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,874.33 ล้านบาท
2.PTTEP ปิดที่ 79.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,660.18 ล้านบาท
3.DTAC ปิดที่ 42.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,065.35ล้านบาท
4.IRPC ปิดที่ 5.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,308.29ล้านบาท
5.ADVANC ปิดที่ 183.50 บาท ลดลง -1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,171.08 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ตลาดหุ้นไทยยังปรับขึ้นต่อได้อย่างแข็งแกร่งและ Outperform ภูมิภาค โดยบวกขึ้นอีก 16.22 จุด ปิดที่ 1395.75 นำโดยกลุ่มพลังงาน, วัสดุก่อสร้าง (SCC, TPIPL), สื่อสาร, รับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น
ทั้งนี้เพราะอัตราการเติบโตของกำไรบจ.ในตลาดหุ้นไทยปี 59 จะสูงมาก เนื่องจากโครงสร้างกำไรของตลาดหุ้นไทยที่อิงกับกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีราวครึ่งหนึ่งของตลาด เมื่อราคาน้ำมันพลิกฟื้น ผลขาดทุนในสต็อกลดลงและไม่มีการตั้งสำรองด้อยค่าในเงินลงทุน ก็ทำให้กำไรตลาดขยายตัวสูงราว 30% แต่หากไม่รวมกำไรของกลุ่มที่เป็นโภคภัณฑ์และขนส่งพบว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มเพียง 9% ซึ่งไม่ได้สูงมาก นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างชาติซื้อสุทธิ พอร์ตบล.และรายย่อยขายสุทธิ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยกำลังจะทดสอบระดับจิตวิทยา 1400 จุด ซึ่งหากยืนเหนือระดับนี้ได้ก็มีลุ้นที่จะขยับขึ้นต่อ ปัจจัยหนุนยังคงเป็นเรื่อง Fund flow ที่กลับเข้ามาซื้อหุ้น Big Cap และเมื่อหุ้นใหญ่ปรับขึ้นไปแล้ว หุ้นขนาดกลาง-เล็กก็มีโอกาสปรับขึ้นตาม ซึ่งรวมถึงการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่คาดว่าจะมีการเปิดประมูลงานใหม่เข้ามาสร้างความคึกคัก หลังจากค่อนข้างเงียบไปในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ภาพตลาดโดยรวมเป็นบวก แต่ควรระวังการแกว่งตัวจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น แนวต้านระยะสั้น 1400, 1410-1420 จุด การซื้อใหม่เน้นตามด้วยค่าบวก ค่าลบดูไม่ดี ต่ำกว่า 1360 จุดควรลดพอร์ตตาม สำหรับ SET50 มีแนวต้านระยะสั้น 910-920, 930 จุด Stop loss ถ้าหลุด 870 จุด







