
ปลดล็อกยื่นจดตั้งธุรกิจใหม่
สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์คอนเฟิร์ม มิ.ย.นี้ ตั้งบริษัทใหม่กรอกข้อมูลชุดเดียวจบ ไม่ต้องยื่นซ้ำซ้อนกัน
สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์คอนเฟิร์ม มิ.ย.นี้ ตั้งบริษัทใหม่กรอกข้อมูลชุดเดียวจบ ไม่ต้องยื่นซ้ำซ้อนกัน
นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลในปี 2559 โดยสิ่งที่จะเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนในเดือน มิ.ย.นี้ จะเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนก่อตั้งธุรกิจใหม่ ที่เอกชนจะกรอกข้อมูลเพียงชุดเดียวครอบคลุมทั้งการจดทะเบียนการค้า การขอใบอนุญาตต่างๆ การจดทะเบียนภาษี การจดทะเบียนน้ำ ไฟฟ้า การจดทะเบียนแรงงาน โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นจดทะเบียนกับหลายหน่วยงานและใช้เอกสารหลายชุดให้ซ้ำซ้อนกันอีกต่อไป
นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค.นี้ ทางกระทรวงมหาดไทยจะจัดซื้อสมาร์ทการ์ด รีดเดอร์อีก 2 แสนเครื่อง เพื่อกระจายไปตามหน่วยงานต่างๆ จากขณะนี้มี 40 ธุรกรรม ที่ประชาชนใช้บัตรสมาร์ทการ์ด อย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้สำเนาในการทำธุรกรรมกับภาครัฐ ซึ่งเมื่อมีสมาร์ทการ์ด รีดเดอร์จำนวนมากขึ้น ก็จะช่วยขยายจุดการใช้งาน ทำให้ลดการใช้สำเนาได้มากขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่การดำเนินงานในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ก็กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด โดยมีกรอบระยะเวลาในการศึกษา 3 เดือน เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานรัฐมีดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 300 แห่ง ดังนั้นจึงต้องศึกษารายละเอียดก่อนว่าจะบูรณาการดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างไร และใช้งบเท่าใด
“หลักการคือหน่วยงานไหนที่ไม่พร้อมก็มาใช้ดาต้าเซ็นเตอร์กลาง แต่หน่วยงานไหนพร้อมก็สามารถใช้ของตัวเองได้ แต่ขอให้มาแบ็กอัพข้อมูลที่ดาต้าเซ็นเตอร์กลางแทน เบื้องต้นตอนนี้มีดาต้าเซ็นเตอร์ 170 แห่ง ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีแล้ว ก็อาจเป็นกลุ่มที่ Migrate มาอยู่ดาต้าเซ็นเตอร์กลาง ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์อื่นๆ ก็อาจใช้งานกันไปก่อน เพราะเพิ่งลงทุนก่อสร้างไป จะให้เลิกใช้เลยก็อาจจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน” นายศักดิ์ กล่าว
นายศักดิ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นคาดว่าจะก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ 2 แห่ง และเป็นแบ็กอัพไซต์อีก 1 แห่ง ใช้งบในระดับ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่ในช่วงก่อสร้าง 2 ปีนี้ จะเช่าใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ไปก่อน
ขณะเดียวกัน สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวคิดที่จะเจรจากับบริษัทเอกชน ในการนำแอพพลิเคชั่น G-News และ GAC ของภาครัฐ ไปลงในเครื่องโทรศัพท์มือถือที่วางจำหน่าย โดยในเบื้องต้นได้หารือกับทางเอไอเอสและทรูไปแล้ว







