
ปีทองสำหรับการลงทุนในทองคำ
ทองคำจัดว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยตัวจริงอย่างโดดเด่นในปี 2559 โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จากระดับ 1,060 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 1,260 เหรียญสหรัฐ
ทองคำจัดว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยตัวจริงอย่างโดดเด่นในปี 2559 โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จากระดับ 1,060 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 1,260 เหรียญสหรัฐ
ประเด็นหลักคือการเข้าซื้อของกองทุนทองคำ SPDR ซึ่งเป็นผู้เข้าซื้อมาโดยตลอดในช่วง 2 เดือน โดย SPDR เข้าซื้อทองคำในเดือน ก.พ.เดือนเดียวเกือบ 110 ตัน จากเมื่อปีที่แล้วที่มีการถือครองทองคำที่ระดับ 642.37 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 793.12 ตัน ท่ามกลางสภาพความกังวลในเศรษฐกิจโลกของปีนี้ว่าจะเจริญเติบโตได้ช้าลง
ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐยังออกมาในเกณฑ์ทรงตัว สำหรับภาคการจ้างงานสหรัฐนั้นถือว่าดีขึ้นบ้างเล็กน้อย โดยตัวเลขที่ประกาศในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่าการจ้างงานของภาครัฐและเอกชนยังคงปรับตัวสูงขึ้น และจำนวนคนว่างงานอยู่ในระดับต่ำกว่า 3 แสนราย รวมไปถึงมีอัตราคนว่างงานที่ระดับต่ำ 4.9%
ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิตดูจะทรงตัว ซึ่งบางตัวเลขดูจะปรับลงด้วยซ้ำไป จึงทำให้นักวิเคราะห์โดยทั่วไปเชื่อว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือน มี.ค.นี้ เฟดจะไม่สามารถทำการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ หลังจากที่ปรับขึ้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จึงส่งเสริมทองคำในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นยังคงผันผวนอย่างไร้ทิศทางจากความกังวลในเศรษฐกิจต่างๆ
ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำขึ้นทะลุระดับสูงสุดเดิม 2 สัปดาห์ก่อนบริเวณ 1,255 เหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาทองคำทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี บริเวณ 1,280 เหรียญสหรัฐ และปิดตลาดโคเมกซ์ที่ระดับ 1,270.7 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ในตลาด อิเล็กทรอนิกส์ปิดปรับลงมาอีกประมาณ 10 เหรียญสหรัฐ บริเวณ 1,260 เหรียญสหรัฐ และทำให้ราคาทองคำไทยเช้าวันเสาร์ปรับตัวลงมา 250 บาท/บาททองคำ มาอยู่ที่ 21,050 บาท/บาททองคำ
ในเชิงเทคนิคราคาทองคำเข้าสู่ทิศทางแนวโน้มขาขึ้นมาโดยตลอด และมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อราคามีการปรับขึ้นเหนือ 1,255 เหรียญสหรัฐขึ้นมา โดยแนวต้านสำคัญของทองคำจะอยู่ที่ระดับ 1,280 เหรียญสหรัฐ และ 1,300 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ขณะที่แนวรับระยะสั้นมาอยู่ที่ระดับ 1,250 เหรียญสหรัฐ เราคงจะเห็นการแกว่งตัวของราคาทองคำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจากแรงเทขายทำกำไร สำหรับราคาทองคำไทยจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 20,950 บาท/บาททองคำ และมีแนวต้าน 21,500 บาท/บาททองคำ
กลยุทธ์การลงทุน
นักลงทุนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นช่วงสำคัญในการทำกำไร ซึ่งเป็นทั้งจังหวะและโอกาสในการลงทุน โดยจะเห็นได้ว่านักลงทุนหลายรายเริ่มหนีจากตลาดหุ้นกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ และส่งผลให้ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures ในตลาด TFEX บ้านเรามีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น จากเดิมที่อยู่ระดับ 4,000 สัญญา/วัน มาสู่ระดับ 1.8 หมื่นสัญญา/วัน
นั่นหมายความว่ามีการซื้อขายที่เติบโตขึ้นจากเดิมกว่า 4 เท่า ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงต้องยึดตามวิถีทางของแนวโน้ม ซึ่งแนวโน้มหลักในปัจจุบันเป็นแนวโน้มทิศทางขาขึ้น กลยุทธ์การลงทุนจึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามสภาพตลาดที่เป็นอยู่ โดยที่ MTS Gold แนะนำนักลงทุนมาโดยตลอดในการใช้กลยุทธ์ทิศทางขาขึ้น คือ การเข้าช้อนซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวสูงขึ้นดังเช่นในคืนวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่ผ่านมา อันจะเห็นได้ว่าระยะสั้นหรือระยะภายในวันนั้น ราคาทองคำมีการแกว่งตัวอย่างมาก มีการขึ้นและลงรวดเร็ววันละกว่า 20 เหรียญสหรัฐ
ในเชิงของนักลงทุนเชิงกลยุทธ์จึงจะต้องหากรอบของการเคลื่อนไหวของราคาที่เราเรียกว่า Trend Channel เพื่อใช้ Trend Channel ดังกล่าวในการกำหนดกลยุทธ์เข้าซื้อและขายออกเป็นช่วงๆ เพื่อให้นักลงทุนเพิ่มศักยภาพการทำกำไรได้ดียิ่งขึ้น ประเด็นต่อมาที่สำคัญ คือ การรู้จักเข้าซื้อโดยการแบ่งพอร์ต โดยทยอยเข้าซื้อเป็นระยะๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากเราทำการเข้าซื้อด้วยพอร์ต 1-2 ครั้ง บางครั้งจะซื้อได้ถูกทาง แต่หลายๆ ครั้งเมื่อซื้อผิดจังหวะหรือผิดช่วงเวลาของราคาจะส่งผลให้ติดดอยในระยะสั้นๆ และขาดโอกาสในการทำกำไร
ประการสุดท้ายที่ลืมไม่ได้คือ การรักษาพอร์ตลงทุนเป็น Long Position มากกว่า Short Position ในสภาวะตลาดเป็นขาขึ้น การอยู่ในสถานะ Long Position มีโอกาสได้เปรียบมากกว่า และโอกาสจะหลุดจากดอยก็มีสูงกว่า ทั้งหมดนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ MTS Gold สอนและให้นักลงทุนตระหนักถึงการลงทุนในพอร์ตใช้อารมณ์ให้น้อยลง และใช้หลักในการลงทุนให้มากขึ้น







