posttoday
‘อาร์เอส’ชูโมเดลใหม่ธุรกิจ หลังตลาดเพลงออนไลน์บูม

‘อาร์เอส’ชูโมเดลใหม่ธุรกิจ หลังตลาดเพลงออนไลน์บูม

04 มีนาคม 2559

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อาร์เอสได้เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำปี 2558 ว่า มีกำไรรวม 121 ล้านบาท จากรายได้รวม 3,728 ล้านบาท ในส่วนของธุรกิจเพลงและคอนเสิร์ตอีเวนต์ มีรายได้รวม 1,171 ล้านบาท เติบโตจากการให้บริการมิวสิคสตรีมมิ่ง (Music Streaming) และยูทูบ (YouTube) สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การฟังเพลงผ่านช่องทางออนไลน์มีโอกาสโตมากขึ้น

ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจเพลง บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า หากมองในแง่รายได้ของลูกค้าจากการฟังเพลงออนไลน์อาจจะไม่ได้เติบโตมากนัก เพราะด้วยช่องทางเทคโนโลยีเอื้ออำนวยให้ฟังเพลงออนไลน์ง่ายขึ้นและฟรีด้วย

“อาร์เอสได้ปรับรูปแบบการหารายได้ใหม่ให้ทันกระแสและพฤติกรรมของผู้ฟัง เพราะเราไม่สามารถรอรายได้จากนักฟังเพลงเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องปรับตัวและวิธีการหารายได้ผ่านการผลิตคอนเทนต์และพาร์ตเนอร์ที่จะเข้ามาสนับสนุนดีกว่า เพราะคนยุคใหม่นิยมฟังเพลงผ่านแอพก็จริง แต่รายได้จากการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งก็ไม่ได้สูงจนเป็นช่องทางหลักได้”

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา 20 ปี ที่ศุภชัยดูแลเรื่องของการผลิตและทำตลาดเพลงมาอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ทราบว่าคาดหวังกับรายได้จากการซื้อเทป ซีดี MP3 หรือแผ่นไวนิลแบบสมัยก่อนไม่ได้อีกแล้ว ในฐานะที่ต้องเป็นทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์และค้นหานักร้องรุ่นใหม่ ต้องรู้จักคำว่าปรับตัวตามเทรนด์ให้ทันกับพฤติกรรมของนักฟังเพลง

“เทคโนโลยีสมัยนี้ไปไกลกว่าเดิมเร็วมาก ความต้องการฟังเพลงผ่านการเลือกของดีเจ หรือโทรไปขอเพลงแบบเดิมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ลูกค้าต้องการ เราจึงเร่งผลิตคอนเทนต์ให้ตรงกับกระแสตลาดและหา
โอกาสใหม่ๆ ให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริษัทที่ต้องเรียนรู้ให้ทันกระแสดิจิทัล”

หากมองสัดส่วนรายได้ของธุรกิจเพลงในภาพรวมบริษัทนั้น มีเพียง 10% ของธุรกิจหลัก แบ่งเป็น การขายเพลงผ่านช่องทางดิจิทัล 41% อีเวนต์ 23% ลิขสิทธิ์เพลง 13% การขายแบบเดิม 18%

“อาร์เอสไม่ได้คาดหวังในเรื่องรายได้จากลูกค้าที่ฟังเพลง แต่มาจากการทำงานร่วมกับคู่ค้าหรือแบรนด์สินค้ามากกว่า จากนั้นจะผลิตคอนเทนต์ เช่น เพลง มิวสิควิดีโอ การแต่งตัวของศิลปินและเลือกศิลปินให้เหมาะสมกับลักษณะงานแต่ละชิ้นมากกว่า เพราะรูปแบบการหารายได้แบบนี้ช่วยให้บริษัททำงานได้ง่ายขึ้นและโฟกัสผลงานได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ทันที”

ทั้งนี้ บริษัทยังมองหานักร้องรุ่นใหม่จากช่องทางโซเชียลมีเดียด้วย เพราะคนรุ่นใหม่ที่สร้างโอกาสให้ตัวเองจนได้เป็นเน็ตไอดอลนั้น ถือว่าได้ผ่านการคัดกรองคุณภาพมาระดับหนึ่งแล้วในเรื่องของทักษะและความสามารถในการฟังเพลง เช่น บิทเติ้ล ลาดา อาร์สยาม และเบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ซึ่งแต่ละคนมียอดติดตามหลัก 10 ล้านวิวขึ้นไป ซึ่งคนเหล่านี้เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลและผ่านการคัดเลือกมา

“กระแสเน็ตไอดอลมาแรงมากในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในช่องทางการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะโลกออนไลน์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยให้คนทำงานอย่างเราได้มองเห็นความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งเราพิจารณาจากเสียงร้อง หน้าตา ความสามารถ และความนิยมบนโลกออนไลน์ก่อน จากนั้นจะเรียกมาคุยและทำงานร่วมกัน”

ศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจแบบใดก็ตามต้องรู้จักตามเทรนด์หรือกระแสโลกให้ทัน เพราะสมาร์ทโฟนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างรายได้ให้ธุรกิจทั้งเก่าและใหม่มากขึ้น หากยังรอที่จะใช้แผนธุรกิจแบบเดิมไม่พร้อมปรับตัว ก็จะเสียโอกาสให้แก่ธุรกิจใหม่หรือคนรุ่นใหม่ที่รู้จักนำช่องทางเหล่านี้มาหารายได้ ทำให้อนาคตของรูปแบบธุรกิจเดิมจะอยู่ลำบาก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน