
อิเหนาลดใช้จ่าย 2 แสนล้านบาท
อินโดนีเซียหั่นใช้จ่ายภาครัฐ 2.13 แสนล้าน ผลราคาน้ำมันไม่ฟื้นตัว เล็งเก็บภาษีเพิ่มขึ้น
อินโดนีเซียหั่นใช้จ่ายภาครัฐ 2.13 แสนล้าน ผลราคาน้ำมันไม่ฟื้นตัว เล็งเก็บภาษีเพิ่มขึ้น
บัมบัง บรอดโจเนโกโร รัฐมนตรีคลังของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมปรับลดค่าใช้จ่ายภาครัฐลง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.13 แสนล้านบาท) คิดเป็น 4% ของรายได้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังไม่ฟื้นตัวส่งผลกระทบต่อรายได้ภาครัฐ โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ราว 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ที่ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
“แน่นอนว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงส่งผลกระทบต่อรายได้ของอินโดนีเซีย แต่อาจไม่กระทบรุนแรงเท่าปี 1980 และ 1990 ที่ราคาน้ำมันและก๊าซมีผลต่อรายได้ภาครัฐอย่างมาก” รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย ระบุ
บรอดโจเนโกโร ระบุด้วยว่า การปรับลดค่าใช้จ่ายจะไม่กระทบโครงการสำคัญอย่างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือการสร้างโรงไฟฟ้า แต่อาจกระทบกับระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์หรือเรือลาดตระเวน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเก็บภาษีมากขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ภาครัฐ เพื่อนำไปกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2015 รายได้ภาครัฐปรับตัวลงอย่างมาก เนื่องจากภาคการส่งออกที่หดตัว และการเก็บภาษีที่ไม่เป็นไปตามเป้า
ธนาคารเครดิต สวิส ระบุว่า รายได้ภาครัฐปี 2015 เพิ่มขึ้นเพียง 85% ของเป้าหมายที่ 1.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.69 ล้านล้านบาท) โดยมีประชากรเพียง 9 ล้านคนจาก 255 ล้านคน ที่ขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษี และมีเพียง 9 แสนคน ที่ชำระภาษีเงินได้ ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซีย ระบุว่า มีประชากรราว 27 ล้านคน ที่ขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษี
เคน วิจูเกียสตีดี อธิบดีกรมสรรพากรของอินโดนีเซีย ระบุว่า จะนำเทคโนโลยีสะกดรอยตามข้อมูลที่ระบุพิกัด (จีโอ-แท็กกิ้ง) ตรวจสอบสินทรัพย์ และจะทำให้การชำระภาษีสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้จากการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 13-14% ของจีดีพี
ด้าน อากุส มาร์โตวาร์โดโจ ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่องในเดือน มี.ค.และ เม.ย. โดยอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.พ.ลดลง 0.09% อยู่ที่ 4.42%







