
เล็งหั่นค่าเอฟทีเศษสตางค์
“เรกูเลเตอร์” ระบุแหล่งก๊าซเมียนมาหยุดซ่อมส่งผลดีค่าเอฟทีงวดหน้าจ่อลดลง 0.25 สต./หน่วย
“เรกูเลเตอร์” ระบุแหล่งก๊าซเมียนมาหยุดซ่อมส่งผลดีค่าเอฟทีงวดหน้าจ่อลดลง 0.25 สต./หน่วย
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในฐานะโฆษก เปิดเผยถึงการหยุดซ่อมก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา ประเทศเมียนมา ระหว่างวันที่ 25-28 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขณะนี้แหล่งก๊าซดังกล่าวสามารถจ่ายก๊าซได้ตามปกติแล้ว และจะมีผลทำให้อัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ลดลงมากกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีการใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้
นายวีระพล กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัท ปตท. รายงานว่าการหยุดจ่ายก๊าซจากแหล่งยาดานามีปริมาณก๊าซคงเหลือในระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ (Line Pack) ฝั่งตะวันตก จำนวน 320 ล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าแผนที่คาดการณ์ไว้ 20 ล้านลูกบาศก์ฟุต ทำให้ในช่วงวันที่ 25-28 ก.พ. มีการใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าราชบุรีและโรงไฟฟ้าบางปะกงทดแทนปริมาณก๊าซที่ลดลงต่ำกว่าแผนที่ประเมินไว้ค่อนข้างมาก โดยมีการใช้น้ำมันเตาจำนวน 15.4 ล้านลิตร จากที่สำรองไว้ 34.5 ล้านลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลมีการใช้จำนวน 4.8 ล้านลิตร จากที่สำรองไว้ 8.1 ล้านลิตร
นอกจากนี้ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเดินเครื่องด้วยน้ำมันเตามีราคาใกล้เคียงกับราคาก๊าซธรรมชาติ จึงทำให้การหยุดซ่อมแหล่งก๊าซยาดานาจะไม่มีผลให้ค่าเอฟที
ปรับเพิ่มขึ้น โดยเรกูเลเตอร์จะนำผลจากการหยุดซ่อมก๊าซครั้งนี้ ซึ่งต่ำกว่าแผนในช่วงปลายปี 2558 ที่คาดว่าจะมีการหยุดซ่อมในช่วงวันที่ 1-4 มี.ค. 2559 และได้ประเมินผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าไว้ประมาณ 0.25 สต./หน่วย ไปปรับลดในการคำนวณค่าเอฟทีที่จะเรียกเก็บในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2559 ต่อไป
“ค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. อาจลดลงได้ 0.25 สต./หน่วย จากเดิมที่จะมีผลให้ค่าเอฟทีปรับเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายแล้วค่าเอฟทีจะลดลงเป็นเท่าไร จะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ได้แก่ ราคาเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยนที่สะท้อนตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง” นายวีระพล กล่าว
ก่อนหน้านี้ เรกูเลเตอร์ประเมินว่าค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. อาจเพิ่มขึ้น 1-3 สตางค์/หน่วย เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง และต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติลดลงเล็กน้อย คือประมาณ 6 บาท/ล้านบีทียู
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการสนับสนุนงบประมาณกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ให้กับชุมชนที่เสนอโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) รวมทั้งให้กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องสนับสนุน เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม สนับสนุนการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศ และทำลายแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่ใช้งานแล้วด้วย







