
บัตรกดเงินสด ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
บัตรกดเงินสดเป็นแหล่งเงินสำรองที่ช่วยให้เราอุ่นใจ หากเกิดเหตุจำเป็นต้องกู้ยืมเงินมาบรรเทาความเดือดร้อน จริงๆ
โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์
บัตรกดเงินสดเป็นแหล่งเงินสำรองที่ช่วยให้เราอุ่นใจ หากเกิดเหตุจำเป็นต้องกู้ยืมเงินมาบรรเทาความเดือดร้อน จริงๆ แล้วการพกบัตรนี้ติดตัวไว้ไม่ได้แปลว่าเป็นหนี้แต่อย่างใด เพราะสถาบันการเงินจะเริ่มคิดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อมีการเริ่มเบิกถอนเงินผ่านบัตรกดเงินสดแล้วเท่านั้น
ก่อนจะใช้บัตรกดเงินสดมีหลักง่ายๆ ในการพิจารณาอยู่ 2 ข้อ คือ ใช้ในยามจำเป็น และสามารถหาเงินมาชำระหนี้ให้หมดอย่างรวดเร็ว ลองเช็กตัวเองด้วยคำถาม 2 ข้อนี้ดู หากตอบว่าใช่แล้วก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการเงินนี้อย่างปลอดภัย
เราใช้บัตรกดเงินสดด้วยเหตุ “จำเป็น” ใช่หรือไม่
คำถามนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นหนี้อย่างปลอดภัย เราพบว่าคนที่มีหนี้สินพะรุงพะรังนั้นมักเกิดจากการใช้จ่ายตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล เช่น เห็นของแล้วซื้อทันทีโดยไม่ได้คำนึงว่าตนเองก็มีของคล้ายกันแต่ยังไม่ได้ใช้ ซื้อเพราะความเคยชินว่าต้องทำสิ่งนี้เป็นประจำทุกเช้าหรือทุกกลางวัน หรือซื้อตามเพื่อนเพราะเกรงว่าถ้าไม่มีแล้วจะเสียภาพลักษณ์ว่าตนเองไม่อินเทรนด์
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องอันตราย เพราะความต้องการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุด แต่เงินในกระเป๋าสามารถหมดลงได้ เมื่อถึงเวลานั้นคนที่มีแนวโน้มติดหนี้ก็จะหาทางออกด้วยการกู้เงินจากหลายช่องทาง กว่าจะหยุดได้ก็เริ่มพบว่าใช้วงเงินไปเต็มหมดทุกที่แล้ว
การจะป้องกันไม่ให้ตนเองติดกับดักหนี้สิน ทำได้ด้วยการยับยั้งชั่งใจ เพื่อพิจารณาว่าเราควรกู้เงินหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เรามีมือถือประเภทสมาร์ทโฟนอยู่แล้วและกำลังอยากได้แท็บเล็ต (คอมพิวเตอร์พกพาที่มีหน้าจอระบบสัมผัส) อีกสักเครื่อง เพื่อจะได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสบายใจ ก็ควรพิจารณาว่าหากไม่ซื้อแท็บเล็ตแล้วจะมีผลกระทบในการดำรงชีวิตของเราอย่างไร
หากเราต้องออกนอกสถานที่บ่อยแล้วการไม่มีแท็บเล็ตจะทำให้ทำงานลำบาก ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะต้องมีไว้ เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์ในการหาเงิน แต่หากต้องการใช้แค่เพื่อความบันเทิงเท่านั้น ก็อาจเปลี่ยนวิธีการซื้อด้วยการกู้เงินมาเป็นด้วยการตั้งเป้าเก็บออมเงินสัก 3 หรือ 6 เดือนก่อนคิดจะซื้อ ซึ่งในตอนนั้นก็อาจจะได้รุ่นเดียวกันในราคาที่ถูกลงก็เป็นได้
เรามี “แผนชำระหนี้” ที่ชัดเจนใช่หรือไม่
หลังจากพิจารณาแล้วว่ามีเหตุจำเป็นสำหรับการกู้ยืมครั้งนี้ สิ่งสำคัญลำดับต่อมาคือ ต้องมั่นใจว่าจะสามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ สิ่งนี้ทำได้ด้วยการกำหนดระยะเวลาและจำนวนเงินที่จะจ่ายต่อเดือนให้ชัดเจน
วางแผนก็เหมือนคนที่ออกเดินทางกลับบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปถึงเมื่อไหร่ ทำให้อาจเสียโอกาสที่จะได้เจอครอบครัวที่เรารัก การชำระหนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกัน หากเราไม่รู้ว่าจะปิดหนี้ได้หมดเมื่อไหร่ ก็เสียโอกาสในการออมเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่ง เพราะแต่ละวันที่ผ่านไปก็ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ
การกำหนดแผนชำระหนี้ทำได้ไม่ยาก แค่กำหนดจำนวนเดือนที่เราต้องการจะปิดหนี้ให้หมด ซึ่งควรจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน ก็พอจะเหมาะสมในการควบคุมภาระดอกเบี้ยจ่าย หลังจากนั้นก็เอายอดหนี้มาแบ่งเป็นส่วนๆ ก็จะทราบจำนวนเงินที่เราตั้งใจผ่อนต่อเดือนแล้ว เช่น หากกู้ยืมเงินมา 5,000 บาท โดยกำหนดผ่อนหมดภายใน 6 เดือน ก็จะคิดเป็นยอดผ่อนอย่างน้อยเดือนละ 1,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้บัตรกดเงินสดนั้นเป็นหนี้ประเภทลดต้นลดดอก กล่าวคือสามารถผ่อนมากกว่าอัตราขั้นต่ำที่กำหนดได้ ซึ่งจะเป็นผลดีช่วยให้ลดภาระดอกเบี้ยในเดือนต่อไป และปลดหนี้ได้เร็วขึ้นอีก
นอกจากนี้ เราก็สามารถตั้งเวลาในโทรศัพท์มือถือเพื่อเป็นการเตือนทุกวันเงินเดือนออก ว่าให้กันเงินจ่ายชำระหนี้ตามจำนวนที่กำหนด หรือจะเลือกใช้บริการหักเงินบัญชีฝากเป็นรายเดือนเพื่อไปชำระหนี้โดยอัตโนมัติก็สะดวกไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่การป้องกันตัวไม่ให้เป็นหนี้ย่อมดีกว่าการมาแก้ไข K-Expert เองอยากให้ทุกคนมีเงินไว้ก้อนหนึ่งประมาณสัก 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เรียกว่าเป็นเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน จะเก็บไว้ในแบบเงินฝากออมทรัพย์หรือกองทุนรวมตลาดเงินก็ได้ เงินก้อนนี้จะเอาไว้สำหรับใช้ซื้อของที่จำเป็นหรือใช้ในเหตุการณ์ไม่คาดคิด ช่วยปกป้องเราไม่ให้ต้องไปเป็นหนี้ หรือหากจะต้องกู้ยืมก็อาจจะเพิ่มเติมแค่ไม่เท่าใดนัก
โดยสรุปแล้ว หากจะใช้บัตรกดเงินสดก็ต้องใช้อย่างปลอดภัย กล่าวคืออยู่ในสถานการณ์ที่เราเลี่ยงการใช้เงินไม่ได้จริงๆ และเราสามารถจัดการผ่อนชำระคืนได้อย่างรวดเร็วตามที่ตั้งใจไว้ และจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็ต้องวางแผนล่วงหน้าด้วยการหมั่นออมเงินเป็นเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินของเราเอง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการกู้ยืมหรือกู้ยืมให้น้อยที่สุด







