
จิตวิญญาณนักสู้
ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ตกลงมากที่สุดในรอบหลายปี
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ตกลงมากที่สุดในรอบหลายปี ทำให้เกิดความกังวลถึงอนาคตไทย เพราะสินค้าทั้งผลิตผลทางการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ดูเหมือนจะขายได้ไม่ดีเหมือนในอดีต เช่น ยางพาราก็ราคาตกลง เพราะไทยปลูกยางกันมากขึ้น ประเทศอื่นก็มาแข่งกันปลูกยางอีก จึงไม่มีทางได้ราคาสูง อีกทั้งก็ขายแต่ยางดิบ ไม่มีความสามารถแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์คุณค่าสูงที่ไร้คู่แข่งได้
ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม ทั้งจากกลุ่มยานยนต์ กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่มาจากบริษัทต่างชาติที่มุ่งแต่ประกอบของ ไม่ได้ทุ่มเทสร้างนวัตกรรมในไทย สุดท้ายเมื่อประเทศอื่นทำได้ถูกกว่า ก็ย้ายฐานการผลิตออกไป เช่น ย้ายฐานการประกอบรถยนต์ไปอินโดนีเซีย และย้ายฐานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าไปเวียดนาม
เหตุเหล่านี้ไม่ควรเป็นเพียงสัญญาณเตือนประเทศไทย ที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาเดิมๆ ติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง แต่ควรจะเป็นสัญญาณปลุกให้คนไทยได้ตื่นจากความสุขสบาย ที่มักคิดว่าเรามีทรัพยากรเหลือล้น ไม่ต้องทำงานยาก ได้มาตระหนักถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียที ต้องสร้าง “จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้” (Fighting Spirit) เป็นชาติที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมอยู่เฉย ต้องต่อสู้เอาชนะให้ได้
สถานการณ์ของไทยที่ประสบอยู่ไม่ได้เลวร้าย เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยที่ประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 จนกลายเป็นชาติล้มละลาย แต่ญี่ปุ่นไม่เคยสูญสิ้นความหวัง มีจิตวิญญาณของนักสู้ เพียงทศวรรษเดียวจากประเทศล้มละลาย ก็กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมระดับโลกได้ สร้างรถไฟความเร็วสูงหรือชินคันเซ็นเป็นรายแรกของโลก สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ พัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และส่งออกรถยนต์ ตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว
เมื่อย้อนกลับไปดูความสำเร็จของญี่ปุ่นในวันนั้น ส่วนหนึ่งเกิดมาจากนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ฮายาโตะ อิเคดะ ระหว่างปี 1960-1964 ซึ่งถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีผู้สร้างความมหัศจรรย์แก่เศรษฐกิจญี่ปุ่น เป็นผู้กล้าคิด กล้าฝัน ว่าจะเพิ่มผลผลิตของญี่ปุ่นและรายได้ของคนญี่ปุ่นเป็นสองเท่าให้ได้ จึงเกิดเป็นนโยบายกล้าหาญของรัฐ ทั้งผลักดันให้คนเก่งในราชการออกมาช่วยเอกชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนอุตสาหกรรมญี่ปุ่นพลิกฟื้นกลายเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมของโลก ยังช่วยหาเงินกู้ราคาถูกให้กลุ่มอุตสาหกรรม สร้างนวัตกรรมในประเทศ และเร่งลงทุนในสาธารณูปโภค
พื้นฐาน ทั้งรถไฟ สนามบินและท่าเรือ รวมทั้งอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้นายกรัฐมนตรีอิเคดะยังส่งผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมมาประเทศไทย เพื่อเสนอก่อตั้งศูนย์ฝึกโทรคมนาคมที่นนทบุรี โดยจะให้ทั้งเครื่องมือที่ทันสมัยและผู้เชี่ยวชาญมาสอนคนไทย กลายเป็นจุดกำเนิดของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ในเวลาต่อมา
ญี่ปุ่นยังคิด “ทฤษฎีห่านบิน” (Flying Geese Paradigm) ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีลักษณะคล้ายฝูงห่านที่บินตามกัน มีจ่าฝูงบินนำ ก็คือญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความเชี่ยวชาญที่สุด ขณะที่แรงกดดันด้านราคา ทำให้ญี่ปุ่นต้องส่งต่อเทคโนโลยีและอุปกรณ์การผลิตให้ประเทศรองลงมาคือ ไต้หวัน เกาหลี ตามมาด้วยไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่ญี่ปุ่นให้ช่วยผลิตของ เนื่องจากมีค่าแรงถูก
ประเทศไทยวันนี้ หากเราไม่มีจิตวิญญาณนักสู้ อีกสิบปีหรือยี่สิบปี เราก็คงเหมือนเดิม ที่ยังคงต้องแก้ปัญหาเดิมเป็นวังวนอยู่อย่างนี้ จิตวิญญาณนักสู้ของเราจะช่วยให้ทั้งรัฐและเอกชนได้ลงมือต่อสู้อย่างแข็งขัน สร้างคนและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน ถึงจะรอดพ้นวิกฤตนี้ได้
ผมเชื่อมั่นว่าคนไทยไม่แพ้ใครในโลก หากคิดจะสู้จริงๆ







