
ธอส.ฟาดกำไรครึ่งปีเฉียด50%
โพสต์ทูเดย์
— ธอส. ฟันกำไรครึ่งปีกว่า 3,000 ล้าน แนะให้รีบกู้ซื้อบ้านก่อนดอกเบี้ยจะขึ้นปีหน้านายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานธนาคาร 6 เดือนแรกของปี 2553 มีกำไรสุทธิ 3,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,089 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกธนาคารได้กันสำรองหนี้สงสัยจะสูญไปแล้วจำนวน 3,450 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 6.56 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 7.58 หมื่นบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 4.95 หมื่นล้านบาท มียอดเงินฝากรวม 5.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.81% ขณะที่ยอดสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 7.14 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.76%
นอกจากนี้ ธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่ไม่รวมหนี้ส่วนขาดจำนวน 5.54 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8.75% ของยอดสินเชื่อรวม
“6
เดือนแรกปล่อยกู้ได้กว่า 4.95 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 9 หมื่นล้านบาท เหตุผลที่ขอลดเป้าหมายทั้งปีลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ปล่อยกู้ได้ 1.02 แสนล้านบาทนั้น เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้แบงก์พาณิชย์เริ่มเข้ามาปล่อยกู้ในตลาดสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นแล้ว อีกทั้งผลจากการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าจะทำให้ยอดปล่อยสินเชื่อลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน” นายขรรค์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยทั้งฝากและกู้ออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าและประชาชน แต่หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับดอกเบี้ยเพิ่มจากต้นปีที่ระดับ 1% หรือมีการปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% อาจเป็นปัจจัยให้ธนาคารตัดสินใจปรับดอกเบี้ยทั้งฝากและกู้เพิ่มขึ้นได้
กรรมการผู้จัดการ ธอส. มองว่า ในการปรับดอกเบี้ยของ กนง. ที่เหลืออีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ น่าจะขึ้นอีกครั้งละ 0.25% หรือเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 2% ในช่วงปลายปีนี้
สำหรับกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องการให้ธนาคารทั่วไปมีการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากนั้น นายขรรค์ กล่าวว่า ปัจจุบันส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและกู้ของ ธอส. อยู่ที่ระดับ 1.52% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่ระดับ 3%
หากธนาคารจะขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากก่อนก็เกรงว่าจะกระทบต่อกำไร และเมื่อให้ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย ซึ่งเกรงว่าจะกระทบต่อลูกค้าของธนาคารรวมถึงลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อใหม่ ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้พยายามออกมาตรการดอกเบี้ย 0% ให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกค้าสวัสดิการนานถึง 6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปีที่ 9 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามเห็นว่า ในช่วง6 เดือนที่เหลือก่อนสิ้นปีนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดีของคนที่อยากกู้ซื้อบ้าน เพราะคาดว่าแนวโน้มดอกเบี้ยอาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้นได้นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป







