
เกาะติดเงินร้อน เก็ง‘หุ้น-ค่าบาท’
&
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.ส่งสัญญาณอีกรอบ ระวังเงินร้อนดาหน้าเข้าไทยระลอกใหญ่ ทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตร ค่าบาทสะเทือนนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดตราสารหนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 23 สัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในไทยอย่างชัดเจนและแนวโน้มจะมีต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง
เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน และต่างชาติคลายความกังวลปัญหาทางการเมือง ซึ่ง ธปท.ต้องจับตาดูใกล้ชิด
ตามข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่านักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. รวม 3 วัน ประมาณ 6,000 ล้านบาท
สวนทางกับในช่วงครึ่งปีแรกเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในเอเชียจำนวนมาก แต่เงินที่ไหลเข้าไทยโดยตรงน้อย จากปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาการเมือง เป็นตัวสร้างความไม่เชื่อมั่น
ธปท.เปิดเผยยอดคงค้างตลาดตราสารหนี้ภาครัฐ สิ้นเดือน มิ.ย. 2553 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพันธบัตร ธปท.มียอดคงค้างเพิ่มมากที่สุด โดยที่ระดับ 2.06 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18 แสนล้านบาท หรือ 42.7% จากระยะเดียวกันของปีก่อนที่มียอดคงค้าง 1.45 ล้านล้านบาท เนื่องจาก ธปท.ต้องเข้าดูดซับสภาพคล่องในระบบ หลังเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีแรก และหากต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนมากขึ้น ธปท.อาจต้องบริหารสภาพคล่องในระบบด้วยการออกพันธบัตร ธปท.มาดูดซับอีกระลอกใหญ่
ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทย มียอดคงค้าง 4.22 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.54% จาก 1.96 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 2.38 ล้านล้านบาท
ด้านพันธบัตรรัฐวิสาหกิจกลับมียอดลดลง เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่ม หลังจากชะลอโครงการลงทุนไปจำนวนมากช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดคงค้างพันธบัตรรัฐวิสาหกิจมี 3.55 แสนล้านบาท ลดลง 2.29 หมื่นล้านบาท หรือ 6.05% จากเดิมอยู่ที่ 3.78 แสนล้านบาท
ตั๋วเงินคลังมียอดคงค้าง 1.87 แสนล้านบาท ลดลง 9.7 หมื่นล้านบาท จากเดิม 2.84 แสนล้านบาท และพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มียอดคงค้าง 1.54 แสนล้านบาท ลดลง 1.23 หมื่นล้านบาท หรือ ลดลง 7.4% จาก 1.67 แสนล้านบาท ตามนโยบายของผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ต้องการลดการถือครองพันธบัตร เพื่อลดหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ ก่อนปิดตัวในปี 2556
เมื่อรวมแล้วยอดคงค้างตราสารภาครัฐทั้งระบบอยู่ที่ 5.14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.08 แสนล้านบาท หรือ 21.44% จาก 4.23 ล้านล้านบาท ในเดือน มิ.ย. 2552
“
ในช่วงครึ่งปีแรกนักลงทุนที่เข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตร ธปท. ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก” แหล่งข่าวเปิดเผยด้านนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศสิ้นเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 1.46 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 4.7 เท่า ถือว่าเป็นระดับที่สร้างเสถียรภาพและรองรับความผันผวนจากภาวะเงินทุนจากต่างประเทศได้







