
ภูมิศาสตร์สินค้า
หลังจากมีการรวมประเทศเป็นกลุ่ม EU ประเทศสมาชิกรู้สึกว่าความเป็นตัวตนของประเทศตัวเองอาจถูกลบหรือจางหายไปสินค้าประเภทอาหารและผลิตผลการเกษตรร้อนตัว ได้ทำ Food Map ของกลุ่ม EU ขึ้น ทำให้คนรู้ว่าสินค้าตัวใดผลิตมาจากพื้นที่ใดของ EU ภูมิศาสตร์สินค้าช่วยให้เราจินตนาการไปถึงคุณภาพและคุณค่าของสินค้าตัวนั้นได้ด้วย
หลังจากมีการรวมประเทศเป็นกลุ่ม EU ประเทศสมาชิกรู้สึกว่าความเป็นตัวตนของประเทศตัวเองอาจถูกลบหรือจางหายไปสินค้าประเภทอาหารและผลิตผลการเกษตรร้อนตัว ได้ทำ Food Map ของกลุ่ม EU ขึ้น ทำให้คนรู้ว่าสินค้าตัวใดผลิตมาจากพื้นที่ใดของ EU ภูมิศาสตร์สินค้าช่วยให้เราจินตนาการไปถึงคุณภาพและคุณค่าของสินค้าตัวนั้นได้ด้วย
ตัวอย่างการได้รับคุณค่าจากภูมิศาสตร์สินค้าชัดเจน คือ เวลาไปกินอาหารแล้วได้เห็น ...เมนูอาหารและเมนูไวน์ในห้องอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ เช่น บนชั้นหนึ่งของการบินไทย ทำให้เรารู้จากเมนูอาหารนอกจากรู้ว่าเรากำลังจะได้กินอะไรแล้ว ทำให้เราเกิดจินตนาการในเรื่องอื่นๆ ต่อไปได้อีก
บนเที่ยวบินจากยุโรปเที่ยวหนึ่ง ในเมนูบอกว่ามีบริการ Beef Wellington ก็ทำให้เรารู้ได้ว่า นี่เป็นสูตรอาหารที่พ่อครัวทำฉลองให้กับ Duke of Wellington ที่ตำบล Waterloo หลังจากรบชนะจักรพรรดิ Napoleon ซึ่งเป็นการปิดฉากความยิ่งใหญ่ของ Napoleon และทำให้ยุโรปได้อยู่กัน
อย่างสงบ
ควบคู่กันนั้นคือรายการไวน์ (Wine List) ที่ได้เลือกขึ้นมาให้บริการกับอาหารวันนั้นมีอะไรบ้าง พร้อมข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับไวน์ อ่านแล้วรู้สึกว่าดีค่ะ เพราะส่งผลให้สิ่งที่จะได้รับจากการบริการมีคุณค่ามากขึ้น จะได้รู้ว่าไวน์ผลิตมาจากองุ่นพันธุ์อะไร เขตภูมิศาสตร์ใด อากาศ ปีนั้นเป็นอย่างไร อาหารที่กำลังจะกินจึงมีเรื่องราวมากกว่าแค่กินให้อิ่ม
จิตวิทยาการจะขายของให้แพงได้นั้น ต้องสร้างคุณค่าขึ้นมาให้ได้เสียก่อน ส่วนการแนะนำของผู้รู้ที่พิมพ์มาให้ด้วยก็มีน้ำหนัก ...จะเชื่อว่าเป็นตามที่เขาแนะนำหรือไม่ก็แล้วแต่เรา
แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราซึ่งเป็นผู้บริโภคมีความสุข
ภูมิศาสตร์สินค้าของ EU จะผูกติดกับสินค้าอย่างเหนียวแน่น เพื่อสร้างอัตลักษณ์สินค้าที่ส่งผลทางการตลาดโดยตรง
ตัวอย่างเช่น การทำ Blue Cheese มีอยู่ทั่วไปในยุโรป แต่ฝรั่งเศสจะมีชื่อเรียก Blue Cheese ในพื้นที่หนึ่งว่า Roquefort ในอิตาลีจะเรียก Blue Cheese ในพื้นที่หนึ่งว่า Gorgonzola หรือในอังกฤษจะเรียก Blue Cheese ในพื้นที่หนึ่งว่า Stilton นั่นเป็นการบอกถึงตัวตนของสินค้าได้ดีแท้
ฝรั่งเศสถือว่าหากเป็น Blue Cheese ที่เป็น Roquefort Cheese ต้องทำจากนมแกะเท่านั้น ซึ่งต่างจาก Blue Cheese ที่อื่นซึ่งทำด้วยนมวัวและการบ่ม Cheese ต้องนำเข้าไปบ่มในถ้ำที่เทือกเขาคอมมูน Roquefort-sur-Soulzon ตอนใต้ฝรั่งเศสเท่านั้น จึงจะใช้ชื่อว่า Roquefort Cheeseได้ เพราะเชื้อราสายพันธุ์ที่อยู่ในถ้ำนี้เท่านั้น จึงจะทำให้เกิดกลิ่นและรสเฉพาะตัวของ Roquefort Cheese ได้
ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อ Roquefort Cheese ได้มีเพียง 7 บริษัท
ส่วน Cheese ที่ทำด้วยกรรมวิธีนี้แต่ทำจากเขตภูมิศาสตร์อื่นก็ต้องเรียกว่า Blue Cheese
รัฐบาลในทุกประเทศของ EU มีหน่วยงานควบคุมผลิตภัณฑ์อาหารเกษตรเช่นนี้อย่างเข้มงวด
นี่แหละค่ะคุณค่าของภูมิศาสตร์สินค้าที่สร้างตัวตนสินค้าให้ต่างกันใน EU







