
ปัญหาการย้ายค่ายมือถือ
ผลจากการประมูลคลื่นความถี่ 4จี ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 จะทำให้เกิดการขยายตัวในการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก บรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์ค่ายต่างๆ แข่งขันเสนออัตราค่าบริการ โปรโมชั่น แพ็กเกจ เพื่อช่วงชิงลูกค้าจากผู้ให้บริการคู่แข่ง และในขณะเดียวกันก็พยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ จึงมีหลายๆ เหตุการณ์ที่มีการร้องเรียนกันอยู่ เช่น
ผลจากการประมูลคลื่นความถี่ 4จี ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 จะทำให้เกิดการขยายตัวในการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก บรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์ค่ายต่างๆ แข่งขันเสนออัตราค่าบริการ โปรโมชั่น แพ็กเกจ เพื่อช่วงชิงลูกค้าจากผู้ให้บริการคู่แข่ง และในขณะเดียวกันก็พยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ จึงมีหลายๆ เหตุการณ์ที่มีการร้องเรียนกันอยู่ เช่น
ผู้ให้บริการบางรายอ้างว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในการขอย้ายค่าย มีสาเหตุจากการได้รับแจ้งชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชนของผู้แจ้งขอย้ายค่ายไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่เวลาดำเนินการขอย้ายก็ใช้บัตรประชาชนและไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลแต่อย่างใด
และเมื่อผู้แจ้งขอย้ายค่ายโทรไปสอบถามที่ศูนย์บริการ หรือ Call Center ของแต่ละค่ายกลับรู้สึกสับสนหนักขึ้นไปอีก โทรไปที่ค่ายใหม่ที่จะย้ายไปก็ได้รับแจ้งว่าย้ายไม่ได้เนื่องจากข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้ติดต่อค่ายเดิมก่อน พอโทรไปที่ค่ายเดิมก็ได้รับแจ้งว่าข้อมูลที่มีอยู่ถูกต้องแล้ว แต่ค่ายใหม่ที่จะย้ายไปปฏิเสธคำขอเนื่องจากข้อมูลไม่ตรง สุดท้ายเลยสับสนไม่รู้ว่าจะฟังค่ายไหนดี
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ผู้ให้บริการรายหนึ่งที่ถูกร้องเรียนว่า ดำเนินไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การย้ายค่ายที่ไปเปิดให้บริการรับย้ายค่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ ด้วยเหตุผลที่ว่าขาดการลงลายมือชื่อของผู้ประสงค์จะขอย้ายค่าย รวมไปมีการร้องเรียนว่า เวลาผู้ประสงค์จะย้ายค่ายโทรไปที่ค่ายใหม่ที่จะย้ายไป จะไปเจอเสียงโฆษณาอัตโนมัติของค่ายเดิมก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ส่งผลลบกับผู้ใช้บริการ ทำให้กระบวนการโอนย้ายเลขหมายล่าช้าลงไปอีก
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางปัญหาและความสับสนเหล่านี้ ยังนับว่ามีแสงสว่าง ซึ่งต้องชมเชยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องการให้บริการขอย้ายค่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ โดยนำพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาพิจารณาประกอบ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2559 ได้มีมติที่ชัดเจนว่า การให้บริการขอย้ายค่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การโอนย้ายเลขหมายที่มีการลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งที่ในอดีตที่ผ่านมาหน่วยงานราชการหลายแห่งมักจะมองข้ามและไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้
จึงถือได้ว่า กสทช.เป็นองค์กรตัวอย่างที่ปรับตัวให้เท่าทันกับเทคโนโลยียุคดิจิทัล นำเอาวิสัยทัศน์ที่สร้างไว้มาทำให้เป็นรูปธรรม ไม่ยึดติดอยู่ภาพเดิมของการทำธุรกรรมในอดีต เชื่อแน่ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการได้ประโยชน์ ติดต่อทำธุรกรรมต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งถือได้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล
หากพิจารณาถึงการร้องเรียนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การย้ายค่ายที่เกิดขึ้นนี้ จะเห็นได้ว่ายังคงมีอีกหลายองค์กรที่มีแนวคิดและมุมมองที่ยังอาจจะก้าวไม่ทันกับเทคโนโลยียุคใหม่ ก็ถือเป็นข้อสังเกตที่ดีสำหรับองค์กรกำกับดูแล และผู้ที่ต้องนำเอากฎหมายมาใช้ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมของผู้ที่เกี่ยวข้องและสังคมโดยรวมก้าวไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้เท่าทันกัน
ขณะนี้ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามอง ได้แก่ จำนวนผู้ขอย้ายค่ายที่ยังคงค้างอยู่ในระบบ ด้วยความล่าช้าของการย้ายค่ายที่เกิดขึ้นในช่วงประมาณสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จำนวนผู้ขอย้ายค่ายที่ยังค้างรอการดำเนินการอยู่มีจำนวนมากเป็นแสนๆ รายแล้ว ก็ต้องขอฝากให้ กสทช.พิจารณาหามาตรการที่จะช่วยให้กระบวนการย้ายค่ายสำเร็จลุล่วง เร็วทันตามความต้องการของผู้ใช้ให้สมกับการที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่ยุคเศรษฐกิจเสรีแบบดิจิทัล







