
ชงแผน5ปีปฏิรูปคลัง
คลังชงแผนปฏิรูปการคลังระยะ 5 ปี วาง12ยุทธศาสตร์ให้ไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
คลังชงแผนปฏิรูปการคลังระยะ 5 ปี วาง12ยุทธศาสตร์ให้ไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เสนอแผนปฏิรูปการคลังการเงินของกระทรวงในระยะ 5 ปีข้างหน้า เสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาและให้ความเห็นชอบ สาระสำคัญของแผนจะมี 12 ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นทิศทางการดำเนินงานให้รัฐบาลใช้ในการบริหารประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือการดำเนินนโยบายการคลังให้ประเทศไทยหลุดพ้นการติดกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การลดความเหลื่อมล้ำของรายได้คนในสังคม รวมทั้งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
สำหรับแผนปฏิรูปการคลังการเงินของกระทรวงการคลังที่มี 12 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย การปฏิรูปการเงินฐานราก การปฏิรูประบบการออม ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ การปฏิรูปการกระจายรายได้และถือครองทรัพย์สิน การปฏิรูปประสิทธิภาพระบบการเงินและตลาดทุน การปฏิรูปการส่งเสริมภาคเอกชนในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เพย์เมนต์ การปฏิรูปรายได้และรายจ่าย การปฏิรูปที่ราชพัสดุ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ การปฏิรูปการบริหารการคลัง และส่งเสริมความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลจะมีการพัฒนาทั้งขั้นตอน กระบวนการ และการออกกฎหมาย ทั้งการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเงินระดับฐานราก การพัฒนาโครงการประกันภัยข้าวนาปี การปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (แบงก์รัฐ) การปฏิรูปกรมจัดเก็บรายได้ การพัฒนาระบบพัสดุและระบบการจัดซื้อ จัดจ้าง ปรับปรุงอัตรารายได้เงินนำส่งคลังของรัฐวิสาหกิจ และการนำเงินคงคลังส่วนเกินมาใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 รัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปสถาบันการเงินไทย โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้กำกับดูแล ในส่วนของกระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการพัฒนาตลาดทุนให้ประเทศไทยมีระบบการออมอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจะให้ประชาชนสามารถเข้าถึงตลาดทุนไทยได้ง่าย และใช้ตลาดทุนไทยเป็นกลไกระดมทุน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปแบงก์รัฐ ที่เน้นการให้บริการ ไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อย และเป็นกลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ยอมให้บริการ จะมีการผลักดันการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการปฏิรูประบบอี-เพย์เมนต์ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ ส่งผลให้การดำเนินงาน ของภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยเหลือและจัดสวัสดิการ ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้อย่างเหมาะสม







