
สอบ2ธุรกิจนอมินี
พาณิชย์พบ 2 ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาฯ ในเชียงใหม่ เชียงราย ส่อเค้าเป็นนอมินีต่างชาติ ส่งดีเอสไอจัดการ
พาณิชย์พบ 2 ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาฯ ในเชียงใหม่ เชียงราย ส่อเค้าเป็นนอมินีต่างชาติ ส่งดีเอสไอจัดการ
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่มีความเสี่ยงที่จะใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการประกอบธุรกิจ ใน จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพื้นที่แรกในการตรวจสอบการทำธุรกิจในปีนี้ พบว่ามีธุรกิจที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 2 ราย จากกลุ่มธุรกิจที่เข้าไปตรวจสอบจำนวน 44 ราย
น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า ธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีทั้งสองราย เป็นธุรกิจท่องเที่ยว 1 ราย ใน จ.เชียงใหม่ และธุรกิจตัวแทนนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ 1 ราย ใน จ.เชียงราย ในเบื้องต้นได้แจ้งให้กรรมการบริษัทจัดส่งเอกสารและหลักฐาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ตรวจสอบหาข้อมูลในเชิงลึก หากพบว่ากระทำผิดโดยเจตนาจะส่งเรื่องต่อให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า แม้จะพบผู้เข้าข่ายเพียง 2 ราย แต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกฎหมายที่ต้องรู้และปฏิบัติตาม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการประกอบธุรกิจและป้องปรามไม่ให้มีการใช้ตัวแทนอำพรางในการทำธุรกิจ
น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวอีกว่า ขอเตือนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะหากตรวจพบจะมีความผิดทางกฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 1-5 หมื่นบาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
“การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ บรรยากาศภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ประกอบธุรกิจมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยดี ซึ่งก็ขอเตือนคนไทยอย่าให้ความช่วยเหลือต่างด้าว เพราะจะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่มีความเสี่ยงที่จะใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลายปี 2558 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบใน จ.ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนั้นพบผู้กระทำผิด 2 ราย เป็นธุรกิจให้เช่ายานพาหนะและธุรกิจขายปลีก ในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบในเชิงลึก







