
บี้รัฐวิสาหกิจลงทุน
สคร.บี้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่าย 3 แสนล้าน หลังลงทุนอืด ลงทุนได้แค่ 2 หมื่นล้าน
สคร.บี้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่าย 3 แสนล้าน หลังลงทุนอืด ลงทุนได้แค่ 2 หมื่นล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในปี 2559 สคร.ดูแลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจรวม 3.2 แสนล้านบาท โดยตั้งเป้าเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 75% เท่ากับเป้าหมายเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาล เพราะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว 2 หมื่นล้านบาท และยอมรับว่าการเบิกจ่ายมีความล่าช้าบ้าง เพราะเป็นโครงการขนาดใญ่ โดยเฉพาะโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่ง สคร.ได้ประสานงานกับ รฟท.อย่างใกล้ชิด และเริ่มมีการประมูลรถไฟทางคู่ออกมาต่อเนื่อง
สำหรับการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2559 คาดว่าจะได้ตามเป้าหมาย 1.2 แสนล้านบาท แม้บริษัท ปตท. จะมีผลประกอบการลดลงตามราคาน้ำมัน แต่รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีผลประกอบการดีกว่าคาด เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยจำนวนมาก
นายเอกนิติ ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ผ่านมาได้เห็นชอบการควบคุมการตั้งบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจ โดยขณะนี้มีบริษัทลูกอยู่ 120 แห่ง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ 1.บริษัทลูกที่สนับสนุนการทำงานของบริษัทแม่และมีกำไร จะให้บริษัทแม่ถือหุ้นต่อไปได้ 2.บริษัทลูกที่สนับสนุนการทำงานของบริษัทแม่ แต่มีผลขาดทุน กลุ่มนี้ต้องทำแผนฟื้นฟูมาให้ คนร.พิจารณา 3.บริษัทลูกที่ไม่มีส่วนสนับสนุนบริษัทแม่ แต่มีกำไร จะให้บริษัทแม่ลดสัดส่วนการถือหุ้นลง
4.บริษัทลูกที่ไม่มีส่วนสนับสนุนกิจการบริษัทแม่ และมีผลขาดทุน จะให้บริษัทแม่ลดสัดส่วนหุ้นและยกเลิกกิจการของบริษัทลูก และกลุ่มที่ 5 บริษัทลูกที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ เช่น บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ตั้งเอสพีวีขึ้นมาเพื่อระดมทุน หรือกรมธนารักษ์ตั้งบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ เพื่อบริหารโครงการศูนย์ราชการ บริษัทลูกในลักษณะนี้ให้ดำเนินการได้ต่อไป







