
นวัตกรรม สู่มูลค่าเพิ่ม
หากพูดถึงผลไม้ไทยยอดนิยม ผมเชื่อว่าทุเรียน เป็นหนึ่งในคำตอบแรกที่ผุดขึ้นมา เพราะด้วยรสชาติ ความอร่อยที่ถ้าใครได้รับประทานต่างชื่นชอบและหลงใหล จนอยากจะนำติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนฝูง ครอบครัว แต่ติดปัญหาไม่สามารถซื้อไปฝากได้เพราะขนาดของผลที่ใหญ่และหนามที่แหลมคม รวมถึงปัญหากลิ่นที่รุนแรง แต่ปัญหาดังกล่าวหมดไป เพราะมีผู้คิดค้นวิธีแปรรูปทุเรียนหมอนทอง เป็นผลิตภัณฑ์ชงพร้อมดื่ม แบรนด์ ORTA (โอต๊ะ) ของคุณวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ประธานบริษัท พรทิพย์ ภูเก็ต ที่ผมนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ครับ
หากพูดถึงผลไม้ไทยยอดนิยม ผมเชื่อว่าทุเรียน เป็นหนึ่งในคำตอบแรกที่ผุดขึ้นมา เพราะด้วยรสชาติ ความอร่อยที่ถ้าใครได้รับประทานต่างชื่นชอบและหลงใหล จนอยากจะนำติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนฝูง ครอบครัว แต่ติดปัญหาไม่สามารถซื้อไปฝากได้เพราะขนาดของผลที่ใหญ่และหนามที่แหลมคม รวมถึงปัญหากลิ่นที่รุนแรง แต่ปัญหาดังกล่าวหมดไป เพราะมีผู้คิดค้นวิธีแปรรูปทุเรียนหมอนทอง เป็นผลิตภัณฑ์ชงพร้อมดื่ม แบรนด์ ORTA (โอต๊ะ) ของคุณวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ประธานบริษัท พรทิพย์ ภูเก็ต ที่ผมนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ครับ
ทุเรียนพร้อมชงแบรนด์ ORTA นำนวัตกรรมมาสร้างความต่างให้สินค้าที่ยังไม่มีใครคิดทำ ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำมาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจได้หลายข้อทีเดียวครับ
1.วิเคราะห์ตลาดก่อนผลิตสินค้า 2.ใช้นวัตกรรมสร้างความต่างให้กับสินค้า 3.แตกไลน์สินค้าจากทุเรียน เพื่อช่วยขยายตลาด คุณวิรวัฒน์คิดพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อีกหลายตัว อาทิ ครีมทุเรียนสำหรับทาขนมปัง รวมถึงน้ำทุเรียนกล่อง UHT ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
4.ประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักผ่านการออกบูธ 5.ตั้งเป้าหมายให้ไกลและไปให้ถึง คุณวิรวัฒน์ตั้งเป้าไว้ว่า เขาต้องเป็นผู้ผลิตทุเรียนพร้อมชงเบอร์หนึ่งของเอเชียให้ได้ และจะขยายจากตลาดเอเชียไปสู่ประเทศตะวันตกและอเมริกาให้ได้เช่นกัน การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ควรมี เพราะจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้พาธุรกิจไปต่อไปไกล
ORTA เป็นแบรนด์ไทยที่ครองใจชาวต่างชาติทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ ที่สำคัญ ORTA เน้นการขายสิ่งที่เป็นหัวใจของสินค้านี้ นั่นคือ คนรักทุเรียน ต้องได้กินทุเรียน แม้จะอยู่ในรูปของน้ำทุเรียนแต่ก็ให้รสชาติไม่ต่างจากทุเรียนสดจริงๆ







