
เบี้ยชีวิตแตะ5.8แสนล้าน
สมาคมประกันชีวิตไทย หวังเศรษฐกิจฟื้นตัว วางเป้าปีนี้โต 9% ทำเบี้ยรับรวม 5.8 แสนล้าน
สมาคมประกันชีวิตไทย หวังเศรษฐกิจฟื้นตัว วางเป้าปีนี้โต 9% ทำเบี้ยรับรวม 5.8 แสนล้าน
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้สมาคมตั้งเป้าทำเบี้ยรับรวมไว้ที่ 5.86 แสนล้านบาท หรือเติบโต 9% โดยมาจากเบี้ยรับใหม่ 1.83 แสนล้านบาท เติบโต 7% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1.3 แสนล้านบาท เติบโต 9% เบี้ยจ่ายครั้งเดียวหรือซิงเกิ้ลพรีเมียม 5.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 3% และเบี้ยรับปีต่อไป 4.02 แสนล้านบาท เติบโต 10% มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ 83%
"การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ สมาคมคาดการณ์อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ทำให้ประชาชนกลับมามีกำลังซื้อมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งในเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมันตลาดโลก ปัญหาภัยแล้ง และสินค้าเกษตรตกต่ำ ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้" นายสาระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลจากการแข่งขันของบริษัทประกันชีวิตในการให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน การขยายช่องทางขาย รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ก็ยังเป็นปัจจัยบวกที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจประกันชีวิตรวมอยู่ด้วย
สำหรับภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตในปี 2558 ทำเบี้ยรับรวมได้ 5.37 แสนล้านบาท เติบโต 6.7% ใกล้เคียงกับเป้าที่ตั้งไว้ 7% โดยมาจากเบี้ยรับใหม่ 1.71 เติบโต 0.5% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1.19 แสนล้านบาท เติบโต 11% เบี้ยจ่ายครั้งเดียว 5.17 หมื่นล้านบาท ลดลง 17% และเบี้ยรับปีต่อไป 3.66 แสนล้านบาท เติบโต 10% มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ อยู่ที่ 83%
นายสาระ กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบให้เบี้ยปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 14% เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือน อัตราค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ทำให้เบี้ยรับปีแรกลดต่ำลง ขณะเดียวกันบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งได้ปรับลดนโยบายการขายแบบประกันจ่ายเบี้ยครั้งเดียวลง และเบี้ยรับปีต่อไปก็ลดลง เนื่องจากมีกรมธรรม์ที่ครบกำหนดชำระแล้ว แต่ยังมีความคุ้มครองอยู่เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ช่องทางขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตยังคงมีสัดส่วนมากที่สุด 51% เติบโต 5.7% รองลงมาเป็นช่องทางขายผ่านธนาคาร 42% เติบโต 8.4% ส่วนอันดับสามเป็นช่องทางขายตรง 2.9% เติบโต 2.8% และที่เหลือเป็นช่องทางอื่น







