
เพิ่มเป้าราคาหุ้นSCC-PTTEP
เพิ่มเป้าราคาหุ้นSCC-PTTEP หลังกำไรไตรมาส 2 ดีเกินคาด ชี้แนวโน้มตลาดหุ้นยังเป็นขาขึ้น
เพิ่มเป้าราคาหุ้นSCC-PTTEP หลังกำไรไตรมาส 2 ดีเกินคาด ชี้แนวโน้มตลาดหุ้นยังเป็นขาขึ้น
นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรทั้งปีนี้รวมถึงเป้าหมายราคาหุ้น ทั้งบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(SCC) หลังกำไรไตรมาส2 ออกมาดีเกินคาด มีส่วนสนับสนุนให้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงเดินหน้าต่อ ระหว่างวันขึ้นไปถึง 858 จุด สวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้อ่อนตัวลงส่วนใหญ่
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นยังเป็นขาขึ้น และมีข่าวดีเรื่องกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีเกินคาดสนับสนุน ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไร รายได้ทั้งปีนี้ รวมถึงเป้าหมายของราคาหุ้น ส่งผลให้ดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 860 จุดอีกครั้งได้
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัสแนะนำ ซื้อหุ้น SCC และให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 302 บาท หลังกำไรไตรมาส 2ออกมาดีเกินคาด ทำให้ฝ่ายวิจัยมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2553 ขึ้น 4% เป็น 25,882 ล้านบาท และคาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล อีก 3.8%
"SCC ถือเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นในระยะ 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนครั้งใหญ่กว่า 1.4 แสนล้านบาท ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา "
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ไตรมาส2 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 7,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%ดีกว่าคาดมาก เกิดจากการบันทึกรายได้เงินปันผลรับจากบริษัทโตโยต้าที่ SCC ถือหุ้นอยู่ 10% ในจำนวนถึง 700 ล้านบาท รวมถึงยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของหนี้สินสกุลต่างประเทศ มาหักออกจากดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 500 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจหลักส่วนใหญ่ก็มีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมี แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ลดลง ทำให้ต้องมีการบันทึกผลขาดทุนจากสต็อกไป 300 ล้านบาท แต่ก็ถูกชดเชยด้วยปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 43%แต่แนวโน้มกำไรในครึ่งหลังของปีจะอ่อนตัวลง จากการเข้าสู่วัฎจักรขาลงของธุรกิจปิโตรเคมี
นักวิเคราะห์บล.ทิสโก้ ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" หุ้น SCCราคาเป้าหมาย 331 บาท
จะมีการดำเนินงานที่ดีในช่วงวัฏจักรปิโตรเคมีขาลง เนื่องจากปริมาณการผลิตใหม่ ,สัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA) ที่สูงขึ้น และผลประกอบการธุรกิจกระดาษและปูนซีเมนต์ที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดน่าจะไม่กระทบต่อประมาณการผลประกอบการ เนื่องจากมีสมมติฐานที่ค่อนข้างเข้มงวดว่าจะแก้ไขปัญหาได้ในกลางปี 2554
ส่วน PTTEP นักวิเคราะห์บล.ทิสโก้ ก็แนะนำให้ซื้อ ราคาเป้าหมาย 177 บาท หลังจากบริษัทเปิดผลกำไร สร้างความประหลาดใจแก่ตลาดในเชิงบวก และปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น 12% เพื่อสะท้อนสมมติฐานปริมาณขายและราคาขายที่สูงขึ้น 2.5% และ 4% ตามลำดับ แม้ว่ายังไม่รวมเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยในโครงการ มอนทาร่า เข้าไว้ในประมาณการปัจจุบันเลย
อย่างไรก็ตามนักวิเคระห์บล.กสิกรไทยคาด PTTEP กำไรไตรมาส 2อาจถึงจุดสูงสุดแล้วและเป็นไปตามที่กสิกรไทยคาด 1.1 หมื่นล้านบาท คงคำแนะนำเท่ากับตลาด ราคาพื้นฐาน 209 บาท
"เราคงกังวลว่ายอดการตัดจำหน่ายหลุมแห้งในครึ่งปีหลังจะมีมากกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งจะส่งผลต่อผลประกอบการในครึ่งหลังของปี 2553 และเมื่อเทียบกับบ้านปู แล้ว อัตราเติบโตกำไรของ บ้านปูที่ 30% ในปี 2554 ยังคงดูน่าสนใจกว่าของ PTTEP ที่เพียง 3% ในปี 2554 "บล.กสิกรไทยระบุ
ทั้งนี้ PTTEP มีกำไรสุทธิ10,615 ล้านบาทในไตรมาส2 ปีนี้ เพิ่มขึ้น 63%จากช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 6 เดือนแรกทำกำไรได้21,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 72% ส่วน SCC กำไรสุทธิ 7,295 ล้านบาทขยายตัว 7% และครึ่งแรกของปีนี้ กำไรสุทธิ 1.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น18% นับว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ทำให้บริษัทปรับเป้าหมายรายได้ของปีนี้จากเดิมคาดจะเติบโต10% เพิ่มเป็น 20-25% เพราะความต้องการใช้สินค้าเพิ่มขึ้นมากตามภาวะเศรษฐกิจ







