
CK-หุ้นกู้เครดิตA- แนวโน้มยังคงที่
ริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 5,500 ล้าน CK ที่ระดับ A- แนวโน้มคงที่
ริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 5,500 ล้าน CK ที่ระดับ A- แนวโน้มคงที่
ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ช.การช่าง (CK) ที่ระดับ A- ในวงเงินไม่เกิน 5,500 ล้านบาท พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ A- โดยแนวโน้มยังคงที่
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนหนี้และใช้ในการขยายกิจการ อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของบริษัทสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย ตลอดจนผลงานที่เป็นที่ยอมรับในโครงการก่อสร้างพื้นฐาน และโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งความยืดหยุ่นทางการเงินจากมูลค่าเงินลงทุนเชิงกลยุทธ์ ความแข็งแกร่งดังกล่าวลดทอนลงบางส่วนจากความผันผวนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตลอดจนความเสี่ยงของสัญญาที่มีลักษณะต่อหน่วยแบบคงที่ และภาระหนี้ที่สูงของบริษัท
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันและสามารถรักษาอัตราส่วนกำไรให้อยู่ในระดับสูงกว่า 6% โดยเฉลี่ย รวมทั้งเงินทุนหมุนเวียนในโครงการไซยะบุรีจะปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ปัจจัยบวกด้านเครดิต คือ กรณีที่บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดและโครงการในมือได้สูงกว่าประมาณการ ในขณะที่บริษัทยังสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนในระดับต่ำกว่า 60% เป็นระยะเวลาต่อเนื่องได้ ปัจจัยลบด้านเครดิต คือ การมีต้นทุนก่อสร้างในโครงการหลักที่สูงกว่าประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ หรือการให้การสนับสนุนทางการเงินหรือการลงทุนในบริษัทในเครือที่มีมูลค่าสูงนอกเหนือจากประมาณการ ซึ่งส่งผลลบต่อกระแสเงินสดของบริษัท
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 บริษัทมีงานรับเหมาก่อสร้างที่ยังไม่ส่งมอบมูลค่า 9.25 หมื่นล้านบาท โดยมีโครงการหลัก ได้แก่ โครงการเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งมีมูลค่า 3.51 หมื่นล้านบาท โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น มูลค่า 1.53 หมื่นล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญาที่ 4 มูลค่า 1.12 หมื่นล้านบาท และโครงการทางพิเศษศรีรัช วงแหวนรอบนอก มูลค่า 8,100 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการเขื่อนไซยะบุรีมีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วน 38% ของมูลค่าโครงการที่ยังไม่ส่งมอบทั้งหมด
ด้านสถานะทางการเงินของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 ยังคงสอดคล้องตามประมาณการของทริสเรทติ้ง ยกเว้นระดับภาระหนี้ที่ยังคงสูงกว่าประมาณการจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการไซยะบุรี และภาระหนี้ที่ใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทน่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท/ปี ในช่วงปี 2558-2561 โดยจะเป็นรายได้จากโครงการเขื่อนไซยะบุรีประมาณ 8,000-1 หมื่นล้านบาท/ปี หรือประมาณ 25-30% ของประมาณการรายได้ ทั้งนี้งานรับเหมาก่อสร้างในมือจำนวนมากที่บริษัทมีอยู่ 95%, 60% และ 35% ของประมาณการรายได้ในปี 2559, 2560 และ 2561 ตามลำดับ
ขณะที่อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ในช่วงปี 2558-2561 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับสูงกว่า 6% โดยเฉลี่ย เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท/ปี ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี และการจ่ายปันผล 300-500 ล้านบาท







