posttoday
การตลาดร้ายกาจกว่าที่คิด (ตอน 1)

การตลาดร้ายกาจกว่าที่คิด (ตอน 1)

17 กุมภาพันธ์ 2559

ในวันนี้การตลาดนั้นซับซ้อนเกินจะบรรยาย มีกลเม็ดเด็ดพรายที่ล้ำลึก จนบางคนถึงกับเอ่ยว่า “คิดได้ยังงัย”

โดย...ฉัตรพงศ์ ตันติมณีวัฒน์

ในวันนี้การตลาดนั้นซับซ้อนเกินจะบรรยาย มีกลเม็ดเด็ดพรายที่ล้ำลึก จนบางคนถึงกับเอ่ยว่า “คิดได้ยังงัย” ถ้าทำการตลาดแล้วไม่ไปเบียดเบียนใครก็น่าสรรเสริญ แต่ส่วนใหญ่ทำไปเพื่อต้องการยอดขายปริมาณสูงๆ บ้างก็ถูกบีบบังคับให้ “ทำเป้า” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วนเกิดจากสาเหตุเดียวกันคือ “ความโลภไม่รู้จักพอ” จนลืมนึกไปว่าอาจจะไปกระทบกับคนหรือกลุ่มคนอีกคนหนึ่งได้

การตลาดเหล่านี้จัดเป็น “Unfair Marketing” เป็นการตลาดที่ขาดจิตสำนึก (Marketing Without Ethics) ซึ่งตรงกับสภาวะของตลาดที่เป็นเหมือนมหาสมุทรสีดำ “Black Ocean” หลอกลวงผู้บริโภคให้ตกอยู่ในกระแสความมัวหมอง หลอกล่อ เบียดเบียน โหมกระพือ ปล่อยข่าวลือ สร้างกิเลส ล้วนเป็นอุบายที่นักการตลาดผู้ไม่สร้างสรรค์แอบแฝงกลยุทธ์ที่แยบยล อาศัยกิเลสความไม่รู้จักพอของมนุษย์เป็นบันไดไต่เต้าไปยังเป้าหมายของพวกพ้องและตนเองเท่านั้น

การตลาดชนิดแรกเรียกกันว่า การตลาดล่อเหยื่อ (Baiting) เช่น รองเท้าบางยี่ห้อถูกโฆษณาว่า “ลดราคาต้อนรับเปิดเทอมคู่ละ 109 บาท เราไม่ขายแต่จำหน่ายเพียงแค่คู่ละ 49 บาทเท่านั้น ช้าหมด” เมื่อลูกค้าเห็นก็แห่กันไปซื้อปรากฏว่าทางห้างขึ้นป้ายว่า “หมด” แต่มีที่ใกล้เคียงในราคา 89 บาท เห็นลูกค้าเป็นปลาเอาเหยื่อเข้าล่อให้ติดกับ ลูกค้าบางคนเห็นว่ามาแล้วจึงซื้อในราคาแพง อีกรูปแบบคือ งานขายซึ่งมักจะเกิดขึ้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้องที่มุ่งทำเป้าเพื่อองค์กรโดยอาศัยความเป็นนาย เบียดเบียนเพื่อนร่วมงาน เช่น ให้พนักงานเคาน์เตอร์ธนาคารออกไปขายประกัน โดยอ้างว่า “เพื่อเป้าหมายที่กำหนดไว้” ไม่สนใจว่าพนักงานก็มีงานประจำเสียจนล้นมือ ถือเป็นการตลาดที่ไม่เป็นธรรม

ส่วนในโลกไอทีปัจจุบันเกิดโมเดลธุรกิจการตลาดแบบใหม่ อาศัยความรู้ในงานดิจิทัลเขียนโปรแกรมเกมที่ทำให้เด็กๆ เยาวชน ติดกันงอมแงมแล้วผูกพันด้วยตรรกะของเกม เกิดความมันส์ ตลอดจนมีการพนันมาหลอกล่อ กรณีนี้ผู้ผลิตมักโยนความผิดให้ผู้ปกครองกวดขันเด็กๆ หรือเขียนคำเตือนไว้ข้างกล่อง “เหมาะกับเด็กอายุ 20 ปีขึ้นไป” ซึ่งภาครัฐควรเข้ามาดูแลอย่างยิ่ง

ข่าวเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับรองเท้า อาดิดาส รุ่น NOMAD ซึ่งปั่นกระแสด้วยราคาจาก 1.5 หมื่นบาท เหลือเพียง 6,900 บาท ทำให้เกิดการแย่งชิงเป็นจลาจลย่อยๆ จนต้องปิดร้านหนีกันเลยทีเดียว ผมเห็นว่าไม่ควรพัฒนาตลาดด้วยวิธีนี้ เพราะส่งเสริมความอยากมีอยากได้ไม่รู้จบ

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน