
"สโกมาดิ" รุกหนัก ปลุกสกูตเตอร์ในไทย
ผู้ขับขี่สกูตเตอร์คันนี้ต้องมีชีวิตที่เปลี่ยนไป ต้องมีกลุ่มเพื่อนใหม่ ต้องมีความตื่นเต้นในการขับขี่
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เป็นแบรนด์น้องใหม่ของวงการรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยสำหรับ “สโกมาดิ” ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลักเป็นสกูตเตอร์ โดยได้เริ่มก่อขึ้นในประเทศอังกฤษนับตั้งแต่ปี 2547 ซึ่ง “โพสต์ทูเดย์” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ถึงแนวคิดการก่อตั้งแบรนด์ด้วยความตั้งใจของ “แฟรงค์ แซนเดอร์สัน” ที่มีหลักคิดในการขยายสาขาไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกและในประเทศไทยด้วยความรักและเข้าใจ หรือที่เรียกว่า “Labor of Love”
ทั้งนี้ ผลการตอบรับของแบรนด์สโกมาดิทั้งในประเทศอังกฤษและในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีน่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังชื่นชอบรถสกูตเตอร์ที่มีความคลาสสิกร่วมสมัย การสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้ได้รับรู้ถึงอารมณ์การขับขี่และความสนุกสนานจะเน้นหนักไปที่การสร้างอารมณ์ร่วมระหว่างผู้ขับขี่กับตัวรถให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ ประกอบกับการออกแบบดีไซน์ที่มีแนวทางการออกแบบเน้นไปที่ความคลาสสิก แต่ขณะที่เครื่องยนต์และเทคโนโลยีต้องมีความทันสมัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยี
ความท้าทายอย่างหนึ่งในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สกูตเตอร์ออกสู่ตลาดประเทศต่างๆ ทั่วโลกคือ สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทำให้การขับขี่ของผู้บริโภคไม่สามารถทำได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งแบรนด์สโกมาดิที่เริ่มทำตลาดได้ไม่นานแต่มีอัตราเติบโตต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามียอดขายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ราว 1,000 คัน
ขณะเดียวกัน บริษัทมองถึงการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง จากปัจจุบันมีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศจีนและอังกฤษ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในกลุ่มประเทศยุโรป ตะวันออกกลาง และอาเซียน ที่มีแนวโน้มเติบโตดี โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ได้เริ่มทำตลาดในช่วงเดือน ก.ค. 2558 ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์รถหมดสต๊อกและสามารถปิดตัวเลขยอดขายได้ราว 800 คัน ในระยะเวลาเพียง 5 เดือน
สำหรับในปี 2559 คาดว่าในประเทศไทยจะมียอดขายอยู่ที่ 3,500-4,000 คัน ผ่านผู้แทนจำหน่ายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ โดยจะกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ และจะมีผู้แทนจำหน่ายประจำจังหวัดอย่างน้อย 1 แห่งในอนาคต
“ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยยังมีช่องว่างสำหรับสกูตเตอร์อีกมาก โดยเฉพาะความเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างบุคลิกและสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้ในสังคมอีกด้วย” แซนเดอร์สัน กล่าว
ด้านแผนการตลาดสำหรับประเทศไทยนั้น จะเน้นการทำกิจกรรมในรูปแบบการสร้างกลุ่มผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่แบรนด์สโกมาดิมีสังคมและเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้สึกได้ตลอดเวลา พร้อมกับการสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ในการขับขี่อยู่เสมอ ซึ่งมองว่าการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นสำคัญกว่ายอดขาย
นอกจากนี้ การใช้โซเชียลมีเดียในการเข้าถึงผู้บริโภคยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักควบคู่กับการทำกิจกรรมการขับขี่ไปพร้อมกัน
สำหรับแผนผลิตภัณฑ์ในอนาคตนั้น คาดว่าจะมีการเปิดตัวโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 1 รุ่น/ปี จากปัจจุบันมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเพียง 1 รุ่นเท่านั้น คือ รุ่นเครื่องยนต์ 125 ซีซี ราคาเริ่มต้นที่ 9.7 หมื่น-1.07 แสนบาท โดยรุ่นที่คาดว่าจะเปิดตัวใหม่ภายในช่วงปลายปีนี้คือ รุ่น 200 ซีซี
อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนการก่อตั้งโรงงานประกอบในประเทศไทยนั้นยังไม่มีแผนที่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอดูทิศทางการเติบโตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง ซึ่งผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้นได้สิทธิการประกอบและจำหน่ายสกูตเตอร์ อุปกรณ์ตกแต่ง ในภูมิภาคนี้อีกด้วย ด้านการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของสโกมาดิ เน้นไปที่การเจาะกลุ่มตลาด Niche มากกว่า Mass เนื่องด้วยราคาของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ใส่ไว้ในสกูตเตอร์คันนี้
แซนเดอร์สัน ปิดท้ายว่า ความตั้งใจอย่างหนึ่งที่อยากมอบให้ผู้ขับขี่สโกมาดิ คือ ผู้ขับขี่สกูตเตอร์คันนี้ต้องมีชีวิตที่เปลี่ยนไป ต้องมีกลุ่มเพื่อนใหม่ ต้องมีความตื่นเต้นในการขับขี่ นั่นคือความตั้งใจของแบรนด์สโกมาดิต้องการมอบให้







