
จากเครื่องประดับถึงสปา ทำเลเดียว2ธุรกิจ
จากแนวคิดการทำธุรกิจตัวแรก ที่เรียกว่ามาถูกทางและลงตัว กระทั่งสามารถขยายกิจการใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมได้ในทำเลเดียวกัน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จากแนวคิดการทำธุรกิจตัวแรก ที่เรียกว่ามาถูกทางและลงตัว กระทั่งสามารถขยายกิจการใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมได้ในทำเลเดียวกัน บนศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ที่มาจากความกล้าตัดสินใจ และ มุมมองของ "วัฒนพล บุญรอด"
ปัจจุบัน วัฒนพล เป็นเจ้าของธุรกิจ 2 ร้านค้า คือ ร้านเครื่องประดับแบรนด์พรัตน์ชา (Paratcha) และร้านเครื่องหอม-สปาแบรนด์สุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi) ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จากทำเลดังกล่าวที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักร่วมกัน อย่างชาวต่างชาติที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์แบบไทยๆ
สำหรับที่มาของธุรกิจแรก ร้านเครื่องประดับเกิดจากความชื่นชอบ และถวามถนัดส่วนตัวทางด้านศิลปะ ด้วยเป็นนักออกแบบมานานกว่า 7 ปี จากนั้นมาเปิดโรงงานเป็นของตัวเองเพื่อทำเครื่องประดับ ที่มีรูปแบบเป็นสไตล์ที่ตัวเองชอบ ทำให้งานทุกชิ้นภายใต้แบรนด์พรัตน์ชาจะมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
“เป็นการจับธุรกิจที่มาถูกทาง คือ ทำแล้วดีมาโดยตลอด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร แต่หากสินค้าของเรามีเอกลักษณ์ จุดเด่น เป็นซิกเนเจอร์กำกับแล้ว ก็จะมีลูกค้าที่ชื่นชอบงานสไตล์นี้ ที่สนใจและพร้อมควักกระเป๋าจ่ายเสมอ” วัฒนพล เล่า
ขณะที่ช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้น ยังไม่ได้มีการสร้างแบรนด์ ด้วยเน้นการผลิตตามคำสั่ง (เมด ทู ออร์เดอร์) ในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก สัดส่วน 30% มีลูกค้าอยู่ในยุโรป เช่น เยอรมนี ที่นิยมเครื่องประดับลวดลายแปลกๆ และกลุ่มลูกค้าทั่วไป สัดส่วน 70% กระทั่งเริ่มเห็นลู่ทางการทำตลาดในประเทศ จึงตัดสินใจเปิดหน้าร้านภายใต้แบรนด์ Paratcha สาขาแรกที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21
ปัจจุบันเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ Paratcha มีกว่า 2,000 ชิ้น โดยชิ้นที่ลูกค้าชอบส่วนใหญ่จะเป็นงานเครื่องประดับที่แปลกๆ อลังการ ซึ่งจะมีราคาจำหน่ายตั้งแต่หลัก 1,000 บาทไปจนถึง 9 แสนบาท ซึ่งเป็นเซตแมงป่องชิ้นใหญ่ ที่ปัจจุบันมีผู้ซื้อชิ้นนี้ไปแล้ว
วัฒนพล เล่าต่อถึงอีกหนึ่งธุรกิจในศูนย์ คือ ร้านเครื่องหอม-สปาสุวรรณภูมิ ที่เปิดให้บริการในระยะเวลาไล่เลี่ยกันกับร้านแรก โดยมีสินค้าต่างๆ วางจำหน่าย อาทิ ก้านหอม ธูปหอม น้ำมันหอม ฯลฯ ที่มีกว่า 20 กลิ่นให้เลือก โดยสินค้าขายดีอันดับ 1 ของทางร้าน คือ กลิ่นตะไคร้หอม (เลมอนกราส) และกลิ่นที่เป็นนางเอก คือ ลีลาวดี ที่ลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่กว่า 80% จะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ
ขณะที่ธุรกิจเครื่องหอม-สปาแบรนด์ดังกล่าว ทางร้านจะใช้วิธีว่าจ้างผลิตสินค้าจากโรงงาน (เอาต์ซอร์ส) เพื่อนำมาจำหน่ายที่หน้าร้าน ด้วยมองว่าเป็นธุรกิจเสริมมากกว่า ที่ช่วยให้กิจการมีกระแสเงินหมุนเวียนได้ตลอดเวลา เป็นการบริหารพื้นที่ค้าปลีกบนทำเลร่วมกัน ซึ่งในฐานะที่เป็นเจ้าของก็สามารถเข้าไปดูแลได้ด้วยตัวเองได้พร้อมกัน
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างวางแผนขยายสาขาใหม่ร้านสุวรรณภูมิ ด้วยมองว่าเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตดีในระดับที่น่าพอใจ ด้วยเป็นสินค้าที่ซื้อได้ง่าย ทั้งเพื่อเป็นของฝากให้กับตัวเองหรือเพื่อนๆ ที่สำคัญยังเป็นสินค้าที่สะท้อนความเป็นไทย จากการที่ใช้แบรนด์อย่างสุวรรณภูมิที่ชาวต่างชาติคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอีกด้วย
ถือเป็นอีกหนึ่งมุมมองทางธุรกิจ ที่เริ่มต้นจากความมุ่งมั่น และพัฒนาไปสู่กิจการใหม่ บนทำเลด้วยกันได้แบบไม่สะดุด







