
AOTฟาดกำไร4,626ล้าน
ท่าอากาศยานไทยทะยานต่อ ปัจจัยบวกธุรกิจการบิน โอเปกส่อแววลดกำลังผลิต เชียร์ซื้อ PTT
ท่าอากาศยานไทยทะยานต่อ ปัจจัยบวกธุรกิจการบิน โอเปกส่อแววลดกำลังผลิต เชียร์ซื้อ PTT
นางพูลศิริ วิโรจนาภา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรก สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ว่า มีกำไรสุทธิ 4,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.22% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 3,913 ล้านบาท
สาเหตุที่มีกำไรดีขึ้น นางพูลศิริ กล่าวว่า การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ ผลของการกระตุ้นของภาครัฐทำให้ประชาชนมีความมั่นใจและจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ราคาน้ำมันดิบที่ลดลง และผลของการแข่งขันของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
AOT มีสนามบิน 6 แห่ง ในไตรมาสแรกมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 1.9 แสนเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 11.92% แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศ 9.32 หมื่นเที่ยวบิน และต่างประเทศ 9.8 หมื่นเที่ยวบิน ขณะที่ยอดผู้โดยสาร
อยู่ที่ 28.93 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.69% เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 16.17 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 12.76 ล้านคน
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังคงคึกคักต่อเนื่องในปี 2559 นักวิเคราะห์จึงแนะนำให้ซื้อหุ้น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 6.40 บาท เป็น 6.60 บาท และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปีนี้อีก 10% มาอยู่ที่ 2,131 ล้านบาท จากราคาน้ำมันที่คาดว่าจะลดลงต่ำตลอดทั้งปี บริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงไปแล้ว 47% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งหมด ต้นทุนเฉลี่ย 51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล พร้อมปรับเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร แต่ปรับลดค่าโดยสารเฉลี่ยลง
ทั้งนี้ หน่วยราชการคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 7% เป็น 32% หลังปี 2558 เพิ่มสูงขึ้น 20% เป็น 29.9 ล้านคน คาดว่าไทยแอร์เอเชียจะได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นลูกค้าประมาณ 20%
ด้านราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้นมาแรงกว่า 12% หลังมีข่าวเรื่องกลุ่มโอเปกจะประชุมร่วมกับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ดีดขึ้นแรง หุ้นไทยก็เช่นกันดัชนีปิดที่ 1,288.40 จุด บวก 11.91 จุด หรือ 0.935 มูลค่าซื้อขายเบาบาง 30,612 ล้านบาท นำโดยพลังงาน ปตท. (PTT) เพิ่มขึ้น 5 บาท ปิดที่ 235 บาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันผ่านจุดต่ำสุด และมีโอกาสลดลงไม่มาก รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ผลจากการชะลอขึ้นดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มน้ำมัน
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก คาดว่า กำไรของ PTT จะกลับมาเติบโต 203% สู่ 66,590 ล้านบาท ในปี 2559 และจะไม่มีการบันทึกด้อยค่าในสินทรัพย์ สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะดีดกลับได้ ส่งผลทางบวกต่อธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจสำรวจและผลิต จึงแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 307 บาท
ขณะที่บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) ราคาหุ้นลงเล็กน้อย 2.08% ปิดที่ 7.05 บาท รับข่าวลบจากนักบินประท้วงจนต้องยกเลิก 9 เที่ยวบิน







