posttoday
หลักประกันทางธุรกิจ

หลักประกันทางธุรกิจ

15 กุมภาพันธ์ 2559

เอสเอ็มอีไทยได้เฮอีกครั้งเมื่อรัฐบาลผลักดันพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 รวม 91 มาตรา สำเร็จเสร็จกิจประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นไป

เอสเอ็มอีไทยได้เฮอีกครั้งเมื่อรัฐบาลผลักดันพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 รวม 91 มาตรา สำเร็จเสร็จกิจประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นไป

ถามว่า...ทำไมเอสเอ็มอีถึงได้เฮ ก็ต้องบอกว่าอันนี้ถือเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยที่ไม่มีทรัพย์สินจำพวกอสังหาริมทรัพย์ไปจำนองเป็นหลักประกันกับแบงก์ จะสามารถนำทรัพย์สินอื่นในกิจการ อาทิ ตัวกิจการ สิทธิเรียกร้องต่างๆ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา เครื่องหมายการค้า เป็นต้น ไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้

นั่นแปลว่าโอกาสที่เอสเอ็มอีทั้งหลายที่เคยบ่นว่าไม่มีที่ดินไม่มีโรงงานหมดหนทางกู้แบงก์ก็จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบเสียที ก่อนหน้านี้คงไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าทรัพย์สินเหล่านี้แม้มีมูลค่ามากแค่ไหนก็ตาม สถาบันการเงินทุกแห่งทั้งแหยงทั้งกลัวไม่กล้ารับเป็นหลักประกัน

ต้องขอบคุณรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลังที่เร่งทำเรื่องนี้นะครับ ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเจ้าหนี้ก็อุ่นใจขึ้น มีอะไรเป็นหลักฐานชัดเจน มีหน่วยงานดูแลชัดเจน มีการกำหนดสิทธิหน้าที่อย่างชัดเจน ส่วนฝ่ายลูกหนี้ก็คงแฮปปี้ที่จะได้ขยับขยายหายใจคล่องขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ถึงทางตันแม้จะไม่มีที่ดินหรือมีอยู่แต่ติดจำนองเต็มหมดแล้วก็ไม่ต้องวิ่งไปหาเงินกู้นอกระบบเสียดอกเบี้ยมหาโหดอีกต่อไป

อดใจรออีกไม่กี่เดือน ฝ่ายสถาบันการเงินก็คงกำลังเร่งศึกษาตั้งหลักออกกฎเกณฑ์กติกาในการประเมินทรัพย์สินแต่ละหมวด ซึ่งมีความยากง่ายซับซ้อนแตกต่างกัน ทรัพย์สินแต่ละอย่างคงมีเงื่อนไขการประเมินราคาที่แตกต่างกัน กลุ่มทรัพย์สินทางปัญญาก็แบบหนึ่ง กลุ่มสต๊อกสินค้าหรือวัตถุดิบคงมีสูตรคิดคำนวณและวิธีการจัดการอีกแบบหนึ่ง ฝ่ายลูกค้าก็แนะนำว่าเราควรศึกษาข้อกฎหมายฉบับนี้ให้ละเอียดด้วย มีหลายเรื่องที่เขียนกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของทรัพย์สินอย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง ห้ามทำอะไรบ้าง หากทำผิดกฎหมายก็ต้องโดนหนักเหมือนกัน เท่าที่ผมอ่านดูทั้ง 91 มาตรา ต้องขอชื่นชมผู้ที่ยกร่างกฎหมายฉบับนี้มากๆ เขียนได้ชัดเจน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผมคิดว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้มากหน่อยน่าจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจที่เรียกว่า Startup SMEs กลุ่มนี้คงไม่มีเงินทุนมากพอจะไปซื้อที่ดินโรงงานอาคารใหญ่โตในช่วงแรกก็สามารถเอาทรัพย์สินดังว่าไปใช้เป็นหลักประกันขอเงินทุนหมุนเวียนได้ ส่วนรายที่ทำมานานมีที่มีทางแต่ติดจำนองเต็มหมดก็น่าจะได้รับอานิสงส์พอสมควร

สถาบันการเงินเขาดูเรื่องคุณสมบัติผู้กู้และความสามารถชำระหนี้ของธุรกิจเป็นหลัก ถ้าสองเรื่องนี้ผ่าน เรื่องหลักประกันเป็นเพียงองค์ประกอบในการลดความเสี่ยงเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน