
จีนยันไม่ลดหยวน
พีบีโอซี ยันไม่อ่อนค่าเงินหยวนก่อนเปิดตลาดวันนี้ เชื่อมีเสถียรภาพ ทุนไหลเข้าออกยังปกติ
พีบีโอซี ยันไม่อ่อนค่าเงินหยวนก่อนเปิดตลาดวันนี้ เชื่อมีเสถียรภาพ ทุนไหลเข้าออกยังปกติ
โจวเสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) เปิดเผยว่า จะไม่มีการอ่อนค่าเงินหยวนอีก เนื่องจากค่าเงินหยวนเองก็มีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ในขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนไม่มีความสัมพันธ์กับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และจีนไม่มีความจำเป็นต้องลดค่าเงินหยวนเพื่อช่วยการส่งออก
ขณะเดียวกัน การไหลเข้าออกของเงินทุนยังอยู่ในระดับปกติ จีนจึงไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุน ซึ่งควบคุมได้ยาก เนื่องจากการค้าของจีนมีขนาดใหญ่ ในขณะที่ไม่มีความกังวลต่อการปรับลดของทุนสำรองระหว่างประเทศในระยะสั้น ซึ่งร่วงไปแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2012 ในเดือน ม.ค. และทุนสำรองดังกล่าวยังมีเพียงพอสำหรับการสร้างเสถียรภาพ
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากมีการเก็งกำไรเกิดขึ้นในตลาดว่าจะเกิดการอ่อนค่าเงินหยวนอีก และยังเกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนการเปิดตลาดในวันที่ 15 ก.พ. หลังวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน โดย ทอม ออร์ลิค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก ระบุว่า การเปิดดังกล่าวมาในเวลาพอดิบพอดี เพื่อให้ตลาดเข้าใจถึงกลยุทธ์ของจีน
“โจวดูเหมือนจะส่งสัญญาณว่า การเปลี่ยนไปใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นจะยังคงดำเนินต่อไปผ่านภาวะตลาดที่มีความตึงเครียด” ออร์ลิค กล่าว
ด้าน ซิตี้กรุ๊ป เปิดเผยว่า ค่าเงินเยนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แข็งค่าขึ้นมากกว่า 6% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ กลายเป็น 2 สัปดาห์ที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1998 หลังนักลงทุนหนีความผันผวนในตลาดเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย และจะยังคงแข็งค่าขึ้นต่อไป
ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น 3.2% เป็น 113.25 เยน/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับค่ากลางการคาดการณ์จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ค่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงไปแตะ 123 เยน/เหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปี 2016
สตีเฟน อิงก์แลนเดอร์ นักกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยน 10 สกุลเงินหลักของซิตี้กรุ๊ป ในลอนดอน กล่าวว่า นอกจากค่าเงินเยนแล้ว ค่าเงินอื่นซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ยูโรและฟรังก์ของสวิตเซอร์แลนด์ ก็มีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม อิงก์แลนเดอร์ ระบุว่า บรรดานักลงทุนประเมินเศรษฐกิจสหรัฐและการใช้มาตรการทางการเงินแบบผ่อนคลายในที่ต่างๆ ทั่วโลกในแง่ลบมากเกินไป







