posttoday
ซื้อหุ้นใหญ่...ตามเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า

ซื้อหุ้นใหญ่...ตามเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า

29 กรกฎาคม 2553

 

 

....พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์
ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ชะลอตัวลง กลับปรับตัวขึ้นหลังจากที่ผลการทดสอบภาวะวิกฤตในธนาคารยุโรปออกมาเป็นที่น่าพอใจ มีเพียงธนาคาร 7 แห่งเท่านั้น ที่ไม่ผ่านการทดสอบ ในขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาดี สวนทางกับภาคส่วนอื่น ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐปรับตัวขึ้นสวนทิศทางที่ตลาดคาดไว้เช่นเดียวกับราคาบ้าน ส่งผลทำให้สินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยตลาดหุ้นไทยเริ่มมีแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติในระดับพันล้านบาทเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ส่งผลให้หุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงอย่างกลุ่มพลังงานกลับมาปรับตัวขึ้น หลังจากที่หุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงเหล่านี้ให้ผลตอบแทนต่ำ เมื่อเทียบกับหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแรงซื้อมีเข้ามาทั้งหุ้นในกลุ่มธนาคารและพลังงาน
ในช่วงสัปดาห์นี้ ทาง KGI ประเมินว่าอาจจะมีช่วงชะลอการปรับตัวขึ้นบ้างที่บริเวณแนวต้าน 860, 873 และ 885 จุด ตามลำดับ
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ตลาดจับตามอง คือ การกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ หลังจากที่หายไปนานจากเหตุการณ์การเผาเมืองในประเทศ โดยยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะเกิดการวางระเบิดที่บิ๊กซี ราชดำริ น่าจะเป็นตัวยืนยันถึงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และส่งผลทำให้ความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนไหลเข้ามีโอกาสเกิดขึ้นได้
ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในรอบนี้ ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาดีผิดจากที่ตลาดคาดไว้จากแนวโน้มในอดีต หากมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแย่มักจะแย่ต่อเนื่องในหลายภาคส่วน แต่รอบนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวก่อน ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากฐานที่ต่ำ ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐลดลงน้อยกว่าที่คาดไว้ ปรับตัวลดลง 5.1% มาที่ 5.37 ล้านยูนิต ในเดือน มิ.ย. ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 8.1% สู่ระดับ 5.18 ล้านยูนิต ในขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านใหม่เดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้น 23.6% สู่ระดับ 3.3 แสนยูนิตต่อปี จากเดือน พ.ค. ที่ระดับ 2.67 แสนยูนิตต่อปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 30 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.2 แสนยูนิตต่อปี ส่งผลให้โดยรวมสินทรัพย์เสี่ยงได้รับปัจจัยกระตุ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากเฟดได้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจลง โดยประเมินว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ลงสู่ระดับ 3.03.5% ซึ่งน้อยกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัวราว 3.23.7% และยังมีการปรับเพิ่มอัตราว่างงานในสหรัฐว่าจะอยู่ที่ระดับ 9.29.5% ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 9.19.5% ทำให้ภาพของตลาดโดยรวมของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อย่างเช่น ที่ประธานเฟดได้แถลงไว้ต่อการประชุมรอบครึ่งปีต่อสภาครองเกรส
สำหรับภาวะของตลาดหุ้นไทยน่าจะยังคงได้รับผลดีจากเม็ดเงินลงทุนไหลเข้า หลังจากที่ในช่วงก่อนหน้านี้สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับต่ำมาก ทำให้หากนักลงทุนต่างชาติกลับมาถือครองหุ้นในระดับปกติ ตลาดมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้การปรับตัวขึ้นของตลาดเป็นการหมุนหุ้นเล่นในหุ้นขนาด กลางเล็กเป็นหลัก ทำให้การปรับตัวขึ้นของหุ้นใหญ่ยังคงมีช่วงให้ขึ้นได้
ด้านมุมมองเงินไหลเข้าเอเชีย เรายังคงมองว่าตลาดหุ้นเอเชียยังคงเป็นตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดี หากเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นในยุโรป จากเม็ดเงินไหลเข้าจากการเก็งกำไรค่าเงินเอเชียที่จะแข็งค่า ตามการแข็งค่าของค่าเงินหยวนและการขึ้นดอกเบี้ยของเอเชียก่อนประเทศในฝั่งตะวันตก ส่งผลให้จะมีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าเอเชียและตลาดหุ้นเป็นที่พักเงินของเงินทุนเหล่านี้
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นที่มูลค่าตลาดสูงตามทิศทางกระแสเงินลงทุนไหลเข้า ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ SCB, BBL, KTB และหุ้นในกลุ่มพลังงานอย่าง PTTCH, PTT, BANPU, PTTEP โดยหากยังเห็นยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในระดับพันล้านบาทต่อเนื่อง ยังคงแนะนำให้ถือหุ้นต่อ เพื่อรอการทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 860, 873 หรือ 885 จุด ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะมีโอกาสชะลอตัวได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน