
ตลาด2ล้อฉิวขาย1.7ล.คัน
ไม่หวั่นการเมืองทุบขอโต16%ฮอนด้าแชร์69%
โพสต์ทูเดย์
— ฮอนด้ามั่นใจตลาดรถจักรยานยนต์เติบโต 16% ทะลุ 1.78 ล้านคัน ลั่นเดินหน้าแผนงานทุกอย่างต่อเนื่อง แม้ระยะสั้นยังหวั่นการเมืองป่วนนายจิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เปิดเผยว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยปี 2553 จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมียอดจำหน่าย 1.78 ล้านคันในปีนี้ คิดเป็นอัตราเติบโต 16% โดยในช่วงครึ่งปีแรก ตลาดรวมมีการเติบโตแล้วประมาณ 25%
สำหรับในส่วนของฮอนด้า คาดว่าจะมียอดจำหน่ายทั้งปี 1.22 ล้านคัน คิดเป็นการเติบโต 20% และจะทำให้มีส่วนแบ่งการตลาด 69% โดยในช่วงครึ่งแรกของปีมียอดจำหน่ายเติบโต 30% และมีส่วนแบ่งการตลาด 69% โดยปัจจุบันฮอนด้าครองส่วนแบ่ง 82% ในกลุ่มรถจักรยานยนต์แบบครอบครัว และ 57% ในกลุ่มรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที.
ทั้งนี้ ฮอนด้ามองว่าในระยะยาวยังไม่มีปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างรุนแรง แต่ก็ยอมรับว่าต้องพิจารณาปัจจัยทางการเมืองที่เกิดขึ้นในระยะสั้นอย่างใกล้ชิด ว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าจะไม่เลื่อนแผนการเปิดตัวรถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดเล็กที่ฮอนด้าประกาศแผนงานไปก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน โดยจะยังใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศและการส่งออกเหมือนเดิม และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน
“
ฮอนด้าขอยืนยันว่าประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงเหมือนเช่นเดิม และยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่ดูแลตลาดทั้งในประเทศไทยและตลาดส่งออกของฮอนด้า โดยสินค้าที่ผลิตและส่งออกอย่างพีซีเอ็กซ์ ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทุกประเทศที่มีการส่งออก” นายคาโต กล่าวแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังนั้น จะเดินหน้าจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลต์ที่การเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ในเดือน ต.ค. ขณะเดียวกันก็มีกิจกรรมฉลองครบรอบ 1 ปี ให้กับรถจักรยานยนต์สกูปี้ไอ ซึ่งจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจมาครบรอบ 25 ปีของ เอ.พี.ฮอนด้าในประเทศไทย ที่จะถึงกำหนดในปี 2554 โดยบริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีกหลายรุ่นในปีหน้า รวมไปถึงการเดินหน้าธุรกิจการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ก็คาดว่าจะเริ่มในปี 2554
ฮอนด้าจะทำการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด โดยมองว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไทยจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที. จะมีความต้องการมากขึ้น โดยในปีนี้อาจจะมีสัดส่วนไม่ถึง 60% แต่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ใน 3 ของตลาดภายในอีก 5 ปีข้างหน้า







