posttoday
เอสเอ็มอีแบงก์ตรึงดอกกู้ยาว3เดือน

เอสเอ็มอีแบงก์ตรึงดอกกู้ยาว3เดือน

29 กรกฎาคม 2553

 

โสฬสยันต้นทุนการเงินรับไหว หาช่องอุ้มธุรกิจย่อย2พันราย

โพสต์ทูเดย์ — เอสเอ็มอีแบงก์ไม่หวั่นตลาดเงินปรับขึ้น ประกาศตรึงดอกเบี้ยทั้งกู้ฝากนาน 3 เดือน

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอย่างน้อย 3 เดือน แม้ว่าธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว เนื่องจากสามารถที่จะควบคุมต้นทุนการเงินได้

ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรก ธนาคารปล่อยสินเชื่อประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าทั้งปี 2553 จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีมีอัตราการเติบโตสูงมาก ขณะเดียวกันจะบริหารจัดการอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้ลดลงจาก 30.5% ให้เหลืออยู่ที่ระดับ 20% ภายในสิ้นปีนี้

นายโสฬล กล่าวถึงความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมืองว่า ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ธนาคารจะหารือแนวทางการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมแต่ไม่สามารถกู้เงินได้ทัน วงเงินช่วยเหลือก้อนแรก 5,000 ล้านบาท

กลุ่มที่เดือดร้อนและต้องการกู้วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท มีอีกประมาณ 2,000 ราย คิดเป็นวงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางพิจารณาคือ 1.อาจจะมีปิดโครงการเงินกู้พิเศษเพื่อที่จะช่วยเหลือไปเลย 2.การจัดหาแหล่งเงินกู้ใหม่เพื่อมาช่วยเหลือหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติขยายวงเงินเพิ่มจากที่ธนาคารเสนอขอไป 5,000 ล้านบาท และ 3.ให้มากู้ตามช่องทางปกติ หรือจะคัดกลุ่มลูกค้าที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวให้มาใช้เงินกู้ช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยวที่ ครม.อนุมัติสนับสนุนเงินกู้อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนวงเงิน 5,000 ล้านบาทแทน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ประธานกรรมการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า จากการหารือกับผู้บริหาร เจเอ็มซี เอสเอ็มอี ยูนิต ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้สนับสนุนเงินกู้ให้กับเอสเอ็มอีญี่ปุ่น แจ้งว่าผลสำรวจจัดอันดับความน่าลงทุนในมุมมองนักลงทุนญี่ปุ่น พบว่าอันดับความน่าลงทุนไทยลดลง จากเดิมที่เคยอยู่อันดับที่สองรองจากจีน โดยนักลงทุนญี่ปุ่นสนใจการเข้าไปลงทุนในเวียดนามแซงหน้าไทย เนื่องจากมีความวิตกกังวลปัญหาทางการเมือง ซึ่งทำให้เสียโอกาสมาเกือบ 2 ปี

รวมถึงล่าสุดปัญหาการวางระเบิด ที่หน้าศูนย์การค้าบิ๊กซี ราชดำริ ที่กระทบกับความเชื่อมั่นกับการลงทุนในไทย

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่นยังมีมุมมองที่ดีในการเข้ามาลงทุนในไทย โดยเชื่อว่าไทยสามารถที่จะคุมอัตราเงินเฟ้อ ประกอบกับอัตราค่าจ้างแรงงานไม่พุ่งสูงเหมือนประเทศจีนและเวียดนาม

แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีนโยบายขึ้นค่าจ้างแรงงานก็ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจการลงทุนหากเทียบอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นกับประสิทธิผลการผลิตที่เพิ่มขึ้นมากกว่า รวมทั้งเชื่อว่าเศรษฐกิจมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่สูง

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารเอสเอ็มอีได้ร่วมกับเจเอ็มซี เอสเอ็มอี ยูนิต ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจกลุ่มอุตสาห กรรมยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นรวม 150 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดธุรกิจคิดเป็นมูลค่า ประมาณ 200300 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน