
อาเซียน-อินเดีย มิตรภาพที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากการมาเยือนและปาฐกถาพิเศษของ ศรี เอ็ม. ฮามิด อันสารี รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากการมาเยือนและปาฐกถาพิเศษของ ศรี เอ็ม. ฮามิด อันสารี รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย
ในการปาฐกถาดังกล่าว ท่านรองประธานาธิบดีของประเทศอินเดียได้ย้ำเตือนถึงมิตรภาพอันดียิ่งระหว่างไทย-อาเซียน-อินเดีย
อินเดียคือหนึ่งในประเทศคู่เจรจาหลักของประชาคมอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างนักธุรกิจของทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และยิ่งในปัจจุบันที่รัฐบาลอินเดียกำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับนโยบาย “ปฏิสัมพันธ์กับตะวันออก Act-East Policy” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากนโยบายเดิม นั่นคือ “มองไปทางตะวันออก Look-East Policy”และแน่นอนว่าภายใต้นโยบายใหม่นี้ อินเดียวางตำแหน่งของอาเซียนไว้ที่จุดศูนย์กลางของการดำเนินนโยบาย
ภายใต้นโยบาย Act-East Policy นี้ อินเดียจะสร้างความร่วมมือกับอาเซียนในทุกมิติและในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การผลิต การพัฒนาทักษะ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การฟื้นฟูและพัฒนาในพื้นที่ห่างไกลได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจ
อินเดียให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการใช้นโยบาย Act-East Policy ร่วมกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอินเดีย ภายใต้ชื่อ “Make in India” โดยเมื่อเดือน ส.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทางการอินเดียและอาเซียนได้ร่วมกันจัดทำและให้มีผลบังคับใช้ “แผนปฏิบัติการอาเซียน-อินเดีย 2559-2563 (Asean-India Plan of Action 2016-2020)” ซึ่งจะยิ่งทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างไทย-อาเซียน-อินเดีย สามารถเดินหน้าสร้างโอกาสให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
รองประธานาธิบดีของประเทศอินเดีย ได้สรุปใจความสำคัญว่า หัวใจของความร่วมมือระหว่างไทย-อาเซียน-อินเดีย จะวางอยู่บนโครงสร้างหลัก 3C อันได้แก่ C : Culture (ความสัมพันธ์ในมิติของสังคม-วัฒนธรรม) C : Commerce (ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เน้นการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในมิติต่างๆ) และ C : Connectivity ซึ่งหมายถึงความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค
โดยปัจจุบันโครงการถนน India-Myanmar-Thailand Trilateral Highway เดินหน้าและใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ รวมทั้งมีแผนงานที่จะขยายความเชื่อมโยงนี้สู่ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม และในขั้นตอนต่อไปความเชื่อมโยงทางกายภาพต้องมีการพัฒนาความเชื่อมโยงทางกฎระเบียบและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้าต่างๆ เพื่อให้ถนนสายนี้สามารถเชื่อมโยงทั้งสองภูมิภาคเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง







