posttoday
‘สต๊อกเรดาร์’ ชิงนักลงทุนทั่วโลก

‘สต๊อกเรดาร์’ ชิงนักลงทุนทั่วโลก

12 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

จากผู้พัฒนาสตาร์ทอัพรายแรกๆ ในประเทศไทยที่พัฒนามากกว่า 50 แอพพลิเคชั่น ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อก้าวข้ามจากผู้รับจ้างทำแอพพลิเคชั่นมาสู่การสร้างแบรนด์แอพพลิเคชั่น “สต๊อกเรดาร์” โดยมุ่งเจาะตลาดกลุ่มนักลงทุนในตลาดหุ้นและกำลังขยายตลาดสู่หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงตลาดโลกในระยะต่อไป

“ธีระชาติ ก่อตระกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามสแควร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) และผู้ร่วมก่อตั้งแอพพลิเคชั่นสต๊อกเรดาร์ (StockRadars) แอพพลิเคชั่นสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำแอพพลิเคชั่นออกมาทำตลาดอย่างเป็นทางการประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา และการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสต๊อกเรดาร์ยังทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสร้างและพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ดีที่สุด ซึ่งการพัฒนาสิ่งใหม่ถือมีความสำคัญอย่างมากของการทำธุรกิจ

การเลือกสร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ลงทุนในตลาดหุ้นมาจากความสนใจเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นและลงทุนในตลาดหุ้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสร้างแอพพลิเคชั่นจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาสู่การสร้างแอพพลิเคชั่น สำหรับผู้ลงทุนในตลาดหุ้นที่ยังไม่มีมาก่อนในไทยโดยแนวคิดหลักของสต๊อกเรดาร์คือ การเลือกค้นหาหุ้นที่มีความโดดเด่น เปรียบเสมือนการหาหุ้นที่เป็นเพชรในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

รวมทั้งได้ปรับแนวคิดการนำความรู้ที่มีคุณค่าจากหนังสือมาแปลงสู่การเป็นเนื้อหาในแอพพลิเคชั่นที่มีความรู้และมีบทวิเคราะห์ในเรื่องเกี่ยวกับหุ้นที่ครบวงจร แต่การตัดสินใจที่จะซื้อหรือขายหุ้นอยู่ที่นักลงทุนจะต้องตัดสินใจทั้งหมดเอง พร้อมกันนี้กำลังเปิดให้กลุ่มลูกค้าที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไปแล้วสามารถซื้อขายหุ้นได้ผ่านแอพดังกล่าว จะเริ่มเปิดให้ซื้อขายหุ้นอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2559 เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า

ปัจจุบันมีคนสนใจดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแล้วกว่า 3 แสนดาวน์โหลด และคาดว่ามีโอกาสขยายตัวอีกมากตามจำนวนนักลงทุนในตลาดหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันผู้ลงทุนในตลาดหุ้นมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนประชากรในประเทศไทย

“อุปสรรคการทำตลาดช่วงแรกมาจากแอพพลิเคชั่นเป็นเรื่องใหม่ จึงจำเป็นต้องสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับทราบและเข้าใจตรงกัน ซึ่งทุกอย่างจะต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่น อีกทั้งการทำธุรกิจสตาร์ทอัพหลายคนบอกเปรียบเสมือนธุรกิจที่เป็นความฝัน หลายเรื่องยังไม่สามารถจับต้องได้ ปัญหาหนึ่งคือเรื่องเงินทุนในการทำธุรกิจถูกปฏิเสธกู้เงินหลายครั้ง แต่ทุกอย่างคือความตั้งใจและมุ่งมั่น ทำให้ผ่านพ้นทุกอุปสรรคและปัญหาต่างๆ มาได้” ธีระชาติ กล่าว

จากความทุ่มเทมุ่งมั่นกับการพัฒนาธุรกิจ ทำให้บริษัทสามารถได้ผู้ระดมทุนจากประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ที่เป็นกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) จึงสามารถขยายธุรกิจได้มากขึ้น รวมทั้งบริษัทได้รับรางวัลซอฟต์แวร์ชนะเลิศด้านการเงินในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ธีระชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สนใจขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะฮ่องกง คาดว่าจะขยายให้ครบ 5 ประเทศในปีนี้ โดยอยู่ในรูปแบบการหาพันธมิตรในแต่ละประเทศ จากที่ผ่านมาได้ขยายไปในประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์แล้ว รวมถึงตลาดในประเทศจีนเช่นกัน ถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และชาวจีนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจำนวนสูง

สำหรับการทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ต้องติดตามสถานการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องพร้อมปรับตัว อีกทั้งมีคู่แข่งเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ดังนั้น บริษัทไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า พร้อมแข่งขันและออกไปสู่ตลาดโลก

“สตาร์ทอัพ คือ การทำธุรกิจ ทุกคนควรมีความรู้และสะสมความรู้ไว้ เปรียบเสมือนการเตรียมเสบียงเป็นความรู้ไว้ และทางสู่ความสำเร็จ ทุกอย่างมีเวลาและจังหวะของเวลา” ธีระชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค