posttoday
ธปท.เตือนหนี้พุ่ง กระตุ้นครัวเรือนไร้ผล

ธปท.เตือนหนี้พุ่ง กระตุ้นครัวเรือนไร้ผล

12 กุมภาพันธ์ 2559

เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโตได้ 3.5% ดีกว่าปีที่แล้วที่ 2.8% แต่การฟื้นตัวที่ไม่กระจายไปในทุกภาคธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้อยู่มาก

เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโตได้ 3.5% ดีกว่าปีที่แล้วที่ 2.8% แต่การฟื้นตัวที่ไม่กระจายไปในทุกภาคธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้อยู่มาก

ทั้งนี้ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. แสดงความเป็นห่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่กระจายไปสู่ภาคเกษตร หรือภาคเศรษฐกิจชนบท โดยรายได้ของเกษตรกรยังถูกกดดันต่อเนื่อง ขณะที่ภาระหนี้สินของคนในชนบทกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอยู่ในระดับสูง และขาดภูมิคุ้มกันทางการเงิน รายได้เกษตรกรที่มีแนวโน้มลดลง จึงกระทบต่อทั้งการใช้จ่ายและความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนกลุ่มนี้

นอกจากนี้ มาตรการของรัฐบาลที่ออกมา แม้จะประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงที่ฟื้นตัวแบบไม่กระจายตัว ซึ่งรวมถึงการเยียวยาเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น เกษตรกร อสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ต้องตระหนักว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่ควรสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพการเงินในระยะยาว เพราะมีบทเรียนช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ว่า ได้ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเร็วจนสูงกว่า 81.1% ของจีดีพีในขณะนี้ และยังไม่มีแนวโน้มลดลง

“หนี้ครัวเรือนที่สูงสร้างความอ่อนไหวให้แก่ครัวเรือน และฉุดไม่ให้การบริโภคโดยรวมฟื้นตัวได้เต็มที่ และจากนี้ไปประสิทธิผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการปล่อยสินเชื่อให้แก่ครัวเรือนจะจำกัดมาก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นบ้างในระยะข้างหน้า” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ

ผู้ว่าการ ธปท. ยังระบุด้วยว่า มาตรการของภาครัฐที่จะมีผลต่อเนื่องในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลงทุนยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยเฉพาะการสร้างระบบสาธารณูปโภค การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การปรับปรุงกระบวนการ กฎเกณฑ์ และกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อกลไกตลาดและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน รวมถึงการปฏิรูปการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่กระจายไปทุกภาคดังกล่าว ผู้ว่าการ ธปท. จึงจะเดินหน้านโยบายการเงินในทิศทางผ่อนปรนต่อไป เพื่อรักษาภาวะการเงินให้เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ เปิดโอกาสให้นโยบายการเงิน 1.5% ในปัจจุบันสามารถผ่อนปรนต่อไปได้ เพราะไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ขณะที่เงินเฟ้อที่ติดลบ โดยเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ติดลบ 0.53% แต่ ธปท.ไม่ถือว่าเป็นภาวะเงินฝืด เพราะติดลบจากอุปทาน แต่ระดับราคาน้ำมันที่ต่ำลงมีโอกาสทำให้เงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวกได้ช้าลง จากเดิมที่คาดว่าจะกลับมาบวกในกลางปีนี้ อาจจะเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 3 แทน

ทั้งนี้ ในการดูแลเศรษฐกิจ ธปท.มีพันธกิจใน 3 มิติสำคัญ คือ 1.การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน 2.การรักษาเสถียรภาพสถาบันการเงิน โดยระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีสถานะแข็งแกร่งและมั่นคง ณ สิ้นปี 2558 มีการกันสำรองหนี้เสียสูงถึง 156% ของเงินสำรองพึงกัน และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ที่ 17.4% และ 3.การรักษาเสถียรภาพระบบการชำระเงิน ที่จะต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน เช่น การคุกคามทางโลกไซเบอร์ ซึ่ง ธปท.จะต้องทำความเข้าใจและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน