
กุมตลาดเบ็ดเสร็จ
ปรากฏการณ์ค้าปลีกครั้งสำคัญตั้งแต่ต้นปี 2559 ต้องยกให้กับการทุ่มงบกว่า 1.2 แสนล้านบาทของบริษัท ทีซีซี กรุ๊ป ในเครือเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้าซื้อหุ้น 58.6% ในบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นั่นเพราะดีลนี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจนถึงความจำเป็นของผู้ผลิตและจำหน่าย ที่ต้องมีช่องทางค้าปลีกในมือเพื่อคานอำนาจต่อรอง และยังเป็นการขยายธุรกิจได้ครอบคลุมตั้งแต่ภาคการผลิตที่เป็นต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำที่จะส่งถึงมือผู้บริโภค
ปรากฏการณ์ค้าปลีกครั้งสำคัญตั้งแต่ต้นปี 2559 ต้องยกให้กับการทุ่มงบกว่า 1.2 แสนล้านบาทของบริษัท ทีซีซี กรุ๊ป ในเครือเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้าซื้อหุ้น 58.6% ในบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นั่นเพราะดีลนี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจนถึงความจำเป็นของผู้ผลิตและจำหน่าย ที่ต้องมีช่องทางค้าปลีกในมือเพื่อคานอำนาจต่อรอง และยังเป็นการขยายธุรกิจได้ครอบคลุมตั้งแต่ภาคการผลิตที่เป็นต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำที่จะส่งถึงมือผู้บริโภค
ความยิ่งใหญ่ของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าได้สยายอาณาจักรออกไปหลากหลายธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเรียนลัดด้วยการเข้าเทกโอเวอร์เป็นหลัก และเมื่อถึงเวลาที่กลุ่มเจริญขยับมาบุกตลาดค้าปลีกอย่างเต็มตัว การทุ่มเม็ดเงินมหาศาลครั้งนี้ย่อมต้องผ่านการดีดลูกคิดรางแก้วมาเป็นอย่างดี
การเข้าซื้อกิจการบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่มีสาขารวมกว่า 720 สาขาในหลากหลายรูปแบบ ทำให้กลุ่มเจริญไต่ขึ้นเป็นอันดับ 2 ในธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยทันที และเป้าหมายต่อไปคงหนีไม่พ้นการมุ่งสู่ความเป็นผู้นำตลาดเบ็ดเสร็จแน่นอนด้วยเม็ดเงินลงทุนที่พร้อมใส่เข้ามาเพื่อให้สู่เป้าหมายดังกล่าว และสิ่งที่จะได้แน่นอนคือ การมีช่องทางจำหน่ายสินค้าของตัวเองซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นช่องทางที่มีอำนาจต่อรองมากทีเดียว ทั้งยังเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองจากค้าปลีกรายอื่นๆ ไปพร้อมกัน
เมื่อพิจารณาสินค้าในพอร์ตของกลุ่มเจริญที่จะได้ประโยชน์จากดีลครั้งนี้โดยตรง คงหนีไม่พ้นสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเครื่องดื่มในเครือ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เสริมสุข ไทยดริ้งค์ ไทยเบฟเวอเรจ เอฟแอนด์เอ็น โออิชิ และอีกมากมาย
หากมองในแง่ของธุรกิจค้าปลีกด้วยกันแล้ว แน่นอนว่าการแข่งขันย่อมร้อนระอุดุเดือดขึ้นแน่นอน เพราะนอกจากเม็ดเงินที่พร้อมลงทุนแล้ว ทำเลที่เป็นหัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจค้าปลีกยังเป็นอีกประเด็นสำคัญที่กลุ่มเจริญมีแต้มต่อเหนือกลุ่มทุนค้าปลีกทุกราย จากจำนวนแลนด์แบงก์ที่มีมหาศาล เมื่อสองปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจค้าปลีกกลายเป็นเรื่องไม่ยาก ทำให้ภาพของค้าปลีกไทยจากนี้จะเปลี่ยนไปทันทีหากกลุ่มเจริญเอาจริงเปิดแนวรบเต็มที่
แต่หากมองในแง่ของการเป็นเจ้าของค้าปลีกที่ต้องทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้าหลากหลายประเภทที่นำสินค้าเข้ามาวางจำหน่าย รวมไปถึงสินค้าที่เป็นคู่แข่งโดยตรง เบื้องต้นอาจเกิดภาพในแง่ลบบ้างเพราะทัศนคติของคู่แข่งที่ต้องเปลี่ยนมาเป็นคู่ค้าอาจเกรงว่าจะเกิดปัญหาการกีดกัน แต่หากกลุ่มเจริญมีความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ย่อมต้องดำเนินธุรกิจไปตามหมวกที่สวมอยู่แต่ละใบ และทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด
นี่ยังไม่มองถึงตลาดอาเซียนอีกขุมทรัพย์สำคัญที่ต้องติดตามกันอีกยาว







